หนุ่มสุดช้ำ เจอสาวหลอกให้รัก ต้องสูญเงินหลายแสน
จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก "อีซ้อขยี้ข่าว" โพสต์เรื่องราวของนายภาคภูมิ วงษ์จินดา หรือ กาย ผู้เสียหาย หลังเจ้าตัวถูก น.ส.น้ำขิง อายุ 25 ปี สาวชาว จ.สุรินทร์ ที่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชัน และคุยผ่านเฟซบุ๊กจนเกิดความสนิทกัน โดยเริ่มคบกัน ตั้งแต่ประมานวันที่ 2 พ.ค.64 ถึง 16 ม.ค.65 รวม 8 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่คบหากันคู่กรณีทั้ง 2 คนยังไม่เคยเจอตัวจริง เพียงเห็นหน้ากัน ผ่านวิดีโอคอลเท่านั้น แต่ฝ่ายหญิงมักอ้างมีปัญหาเดือดร้อนต้องการใช้เงิน และขอให้ผู้เสียหายที่หลงเชื่อ โอนเงินช่วยเหลือไปทั้งหมด 94 ครั้ง รวม 260,000 บาท ก่อนฝ่ายหญิงหนีห่าง ปล่อยผู้เสียหายหมดเงินและเป็นหนี้ติดตัว

วันที่ 19 ก.พ. 65 นายภาคภูมิ วงษ์จินดา หรือ นายกาย อายุ 26 ปี เปิดใจเล่าว่า ตนเริ่มสานสัมพันธ์กับ นางสาวขิง ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่แอปฯ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2564 บังเอิญไปสุ่มเจอนางสาวขิงก็เลยลองทักเข้าไป เห็นว่าน่ารัก จากนั้นมีการคุย ไม่มีการพูดถึงเรื่องเงิน คุยเหมือนเพื่อน ถามไถ่ชีวิตประจำวัน ให้ความสำคัญกับตนมีพูดหวานจ๊ะจ๋าบ้าง พอกลางเดือนพฤษภาคม 2564 จึงเริ่มมีการขอเฟซบุ๊ก และคุยผ่านเฟซบุ๊กอยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นเขาก็บอกว่าเฟซบุ๊กถูกแฮ็กปลายเดือนพฤษภาคม 2564 จึงย้ายมาคุยกันในไลน์

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
จนกระทั่งเดือนมิถุนายน 2564 นางสาวขิงก็เริ่มอ้างเรื่องเงินขึ้นมา รอบแรกคืออ้างว่าแฟนเก่าขอเงินคืน ไม่อย่างนั้นจะมาทุบรถและจะมาทำร้ายที่ห้อง ด้วยความเป็นห่วงก็เลยช่วยโอนเงินไปทั้งหมด 30,000 บาท แบ่งโอน 3 เดือน เดือนละ 10,000 บาท
ต่อมาประมาณเดือนกันยายน 2564 ก็อ้างว่าพี่สาวไปกู้เงินนอกระบบมา 100,000 บาท แล้วไม่มีเงินใช้คืน ยังค้างอยู่อีก 20,000 บาท อยากขอให้ตนช่วย ตนก็เลยเอาพระเครื่องที่เคยมีอยู่ทั้งหมดประมาณ 10 องค์ ไปจำนำได้เงินมาประมาณ 100,000 กว่าบาท ก็โอนเงินไปให้ 20,000 บาท แบ่งโอนเป็น 2 เดือน เดือนละ 10,000 บาท
จากนั้น เดือนตุลาคม 2564 ก็บอกว่ากิจการที่บ้าน เกี่ยวกับรถขนดินมีปัญหา ต้องหาเงินไปทำค่าประกันบ้าง รถยางแตกบ้าง แล้วก็ขอเงินครั้งละ 5,000-7,000 บาท ด้วยความสงสารตนก็โอนให้ตามคำขอ จนตนนับครั้งไม่ได้ว่าขอไปกี่ครั้ง แต่อย่างน้อยต้องโดนแน่ ๆ คือเดือนละ 10,000 บาท ต่อมาช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 เริ่มอ้างว่ายายป่วยรุมเร้าหลายโรค เข้าโรงพยาบาล อาการหนัก ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แล้วก็ส่งรูปยายนั่งรถเข็นมาให้ ก่อนจะบอกว่าเงินจ่ายค่ารักษาไม่พอก็เลยออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ ยังขาดอยู่อีก 25,000 บาท ตนก็เลยขายเครื่องมือทำมาหากินคือเสื้อวินฯ ได้เงินมา 50,000 บาท แล้วก็โอนให้ไป 25,000 บาท
กลางเดือนพฤศจิกายน 2564 นางสาวขิงอ้างว่าพี่สาวไปกู้เงินธนาคารมา 50,000 บาท ใช้คืนไปแล้ว 25,000 บาท เหลืออีก 25,000 บาท ยังไม่มีจ่าย แล้วธนาคารบีบจะเอา ไม่อย่างนั้นจะต้องขึ้นศาลฯ ตนก็ใจอ่อน โอนไปให้อีก 25,000 บาท แต่นอกจากจำนวนเงินทั้งหมดนี้ก็จะมีอ้างจุกจิกอีกครั้งละ 30,000-50,000 บาท คราวไหนที่ตนโอนช้า ก็จะมีทวงถามว่าลืมโอนเงินให้เขาหรือเปล่า ตนก็งงว่าทั้งที่เป็นเงินของตน แล้วมันก็เป็นแบบนี้มาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเงินทั้งหมด 238,000 บาท ยังไม่รวมพวกของขวัญที่ส่งให้อีก

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ซึ่งเงิน 238,000 บาท เป็นเงินเก็บที่เอาไว้เตรียมบวช ช่วงเดือนตุลาคม 2564 จำนวน 100,000 กว่าบาท แต่ดันมาเจอนางสาวขิงก่อน เงินก็เลยถูกโอนไปให้เขาหมด สุดท้ายไม่ได้บวช ตนก็ไปอ้างกับแม่ว่าที่ไม่ได้บวชเพราะติดงานและยังไม่พร้อม แถมเงิน 70,000 บาทที่จนได้มาจากการจำนำพระเครื่อง ทุกวันนี้ก็ต้องจ่ายดอกให้อีกเดือนละ 1,200 บาท และไปกู้เงินนอกระบบมาอีก 10,000 บาท ต้องจ่ายดอกอีกเดือนละ 1,000 บาท
ต่อมาปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 ตนก็เริ่มเอะใจแล้ว ว่าผู้หญิงคนนี้คุยกับตนเพราะหวังเงินหรือเปล่า จึงลองแกล้งบอกว่าไม่มีเงินจะโอนให้ จากนั้นเขาก็เริ่มหายไป อ้างว่าติดงานบ้าง ติดธุระบ้าง เวลาจะนอนยังไม่มีเลย ตนโทรไปก็ไม่รับสาย ตัดสายทิ้งบ้าง เริ่มใช้คำพูดชวนทะเลาะบ่ายเบี่ยง แต่ตนก็ยังเชื่อว่าเขาทำงานหนักจริง จึงไม่ตื๊ออะไรมาก ไม่อยากเป็นคนงี่เง่า เชื่อว่าถ้าเขาว่าเขาคงทักมาเอง แต่มันไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะถ้าตนไม่ทักไปเขาก็หายไปเลย โดยเฉพาะเดือนธันวาคม 2564 นี่คือหายเงียบไปเลย มีทักกลับมาตอนวันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นวันเกิดตน บอกว่าจะส่งของขวัญมาให้ แต่ก็ไม่มีสักชิ้น

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
ตนจึงพยายามโทรจิก แต่เขาก็ไม่รับ จึงตัดสินใจทักไปหาเพื่อนของนางสาวขิงกลายเป็นว่าเพื่อนบอกว่าผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะแต่งงานกับหนุ่มสุรินทร์ไปเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา และตนไม่ใช่คนแรกที่โดน อีกทั้งยังบอกอีกว่านางสาวขิงน่าจะเอาเงินไปซื้อของแบรนด์เนม เพราะพักหลังมานี้เห็นใช้แต่ของราคาแพง ใส่ทอง แล้วก็มีเงินต่อเติมบ้านด้วยซ้ำ ตอนนั้นตนจึงตาสว่างว่าโดนหลอกมาโดยตลอด และไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาตนทำดีมาตลอด ให้ใจ ให้การช่วยเหลือทุกอย่าง
ตนยืนยันว่าตลอดระยะเวลาที่คุยวิดีโอคอลกัน ไม่มีเรื่องเซ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้อง จะคุยกันแบบเพื่อนมากกว่า อาจจะมีบ้างที่นางสาวขิงพยายามมาเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้ากล้องให้ตนเห็น แต่ตนก็ไล่ให้ไปเปลี่ยนตรงอื่น เพราะจุดประสงค์หลักในการคุยไม่ได้ต้องการจะเห็นเรือนร่าง ตนคุยเพราะรู้สึกดี และอยากจะสานสัมพันธ์ต่อจริง ๆ และคุยด้วยใจบริสุทธิ์ ส่วนเงินที่โอนไปให้นั้นตนก็ไม่ได้ตั้งใจจะโอนให้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่มีความหวังว่าหากเรื่องราวปัญหาของเขาจบ เขาก็จะทยอยคืนมาให้ ก็เลยไม่เคยทวงถาม
ซึ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังไม่แจ้งความ เพราะเมื่อมีการปรึกษาทนาย ทนายบอกว่ามันเข้าข่ายว่าตนให้เงินไปด้วยเสน่ห์หา หากฟ้องไปก็เหมือนจะแพ้ ที่ผ่านมาตนไม่เคยกล้าบอกเรื่องนี้กับใครเลย เพราะกลัวคนจะหาว่าโง่ที่ไปโอนเงินให้กับผู้หญิงที่ไม่เคยเจอตัวสักครั้ง เรียกว่าเสียเป็นแสนแขนก็ไม่ได้จับ กลิ่นก็ยังไม่เคยได้ดมก็ว่าได้ ตนยอมรับว่าสิ่งที่นางสาวขิงทำเนียนมาก จนตนไม่รู้เลยว่ากำลังโดนหลอก แต่ที่ออกมาพูดวันนี้คือตนไม่ได้สนใจแล้วว่าใครจะหาว่าโง่ เพราะอยากจะออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมกับสิ่งที่ตนถูกกระทำ จึงอยากจะบอกกับนางสาวขิงว่า
"ถ้ามีความเป็นคนอยู่นะ ก็เอาเงินมาคืนเถอะ การหลอกเอาเงินคนอื่นไปมันไม่เจริญหรอก สู้ไปหากิน ทำงานสุจริตจะดีกว่า อย่ามาหลอกกันแบบนี้เลย ไม่รักไม่ชอบก็บอกกันตรง ๆ ยิ่งถ้าคุณบอกผมว่าคุณมีผัวตั้งแต่แรก ผมก็จะไม่เข้าไปยุ่งในชีวิตคุณเลย อย่าไปทำแบบนี้กับใครเลยครับ มันไม่ดีหรอก" สุดท้ายตนก็อยากฝากกับสังคมว่าอย่าไปหลงเชื่อใครง่าย ๆ ให้เหตุการณ์กว่าเดิมเป็นบทเรียน สังคมสมัยนี้มันน่ากลัว โดยเฉพาะรักออนไลน์คือความรักที่จอมปลอมสุด ๆ

ด้าน น.ส.ขิง (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นตนยอมรับว่าเคยคบหาดูใจกับผู้เสียหายจริง ในฐานะแฟนสาว ซึ่งเริ่มรู้จักพูดคุยกันผ่านแอปฯ ส่วนกรณีที่ตนถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงหรือฉ้อโกงให้ผู้เสียหายโอนเงิน-ทรัพย์สินให้ ในส่วนนี้ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะตลอดระยะเวลาที่คบหากับผู้เสียหาย ผู้เสียหายก็เป็นผู้ยินยอมและให้เงินกับตนมาใช้จ่ายเองด้วยความเสน่หา ในส่วนนี้ตนจึงมองว่าไม่ได้เป็นการหลอกลวง หรือบังคับให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ตนแต่อย่างใด
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนอยากให้ผู้เสียหายหยุดพฤติกรรมนำเรื่องราวของตนไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ เนื่องจากมองว่าขณะนี้ต่างคนต่างอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาตนก็แต่งงานมีแฟนใหม่ไปแล้ว จึงไม่อยากให้สร้างความเสียหายให้กับตน พร้อมทั้งอยากวอนขอคนในสังคมมองความ 2 ด้าน และให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายตนด้วย สุดท้ายนี้ หากคู่กรณียังคงคาใจและอยากจะมีการดำเนินคดี ตนที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาก็พร้อมที่จะเข้าพูดคุยเจรจา เพื่อให้เรื่องดังกล่าวยุติและจบลงด้วยดี

ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว
นางสมวน เพชรพัน หรือ จอม อายุ 60 ปี แม่ของผ่ายหญิง กล่าวว่า ที่ผ่านมาลูกสาวของตนก็เป็นเด็กนิสัยดี ขยันทำมาหากิน ซึ่งไม่เคยมีประวัติฉ้อโกงหรือหลอกลวงใคร เนื่องจากทางบ้านก็ไม่ได้มีฐานะยากจน อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าเพิ่งจะมาทราบเรื่องจากทางทีมข่าวว่าลูกสาวได้ก่อเหตุดังกล่าว ในฐานะคนเป็นแม่ก็รู้สึกเสียใจจนหูอื้อ ทำอะไรไม่ถูก เพราะที่ผ่านก็มักจะสอนลูกไม่ให้ไปหลอกลวงใคร แล้วบอกให้เป็นคนดี อย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
สำหรับรายละเอียดเจาะลึก ตนยังไม่ทราบแน่ชัด จึงต้องขอสอบถามกับลูกสาวก่อนว่าว่ากรณีที่เกิดขึ้นมีความเป็นมาอย่างไร ซึ่งหากลูกสาวของตนเป็นผู้กระทำความผิดจริง ตนก็อยากจะขอโทษผู้เสียหายกับการกระทำของลูกสาว อีกทั้งกรณีที่เกิดขึ้นตนขอยืนยันอีกว่าหากลูกสาวกระทำผิดจริงก็ต้องว่าไปตามผิด โดยที่จะไม่เข้าข้างพร้อมจะบอกให้ลูกสาวรับผิดชอบกับการกระทำที่เกิดขึ้นด้วย
ที่มา รายการทุบโต๊ะข่าว


