เจ้าสาว ยอมพูดความจริงแล้ว หลังหนีตามเจ้าบ่าว
จากกรณีเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ก็มีอีกหนึ่งกรณีที่ฝั่งญาติเจ้าสาวออกมาแชร์เป็นอุทาหรณ์ว่าก่อนแต่งงานควรพูดคุยเรื่องสินสอด และกำหนดการให้ละเอียดเสียก่อน เพราะไม่งั้นจะประสบเหตุดังเช่นครอบครัวในจังหวัดเลยครอบครัวนี้

น้า(ผู้หญิง) ของเธอได้ตกลงแต่งงานกับเจ้าบ่าวรายหนึ่ง โดยตกลงค่าสินสอดไว้ที่ราวๆ 1 แสนบาท โดยฝ่ายเจ้าสาวเป็นคนกว้างขวาง และได้รับหน้าที่เตรียมงานต่างๆ ขณะที่เจ้าบ่าวจะเดินทางมาพร้อมกับครอบครัว ปรากฏว่าเมื่อถึงฤกษ์แต่งงาน เจ้าบ่าวกลับไม่ปรากฏตัว โทรหาก็ติดต่อไม่ได้

จนกระทั่งเดินทางมางานแต่งในช่วงเที่ยงเกือบบ่ายแล้ว พร้อมทั้งให้ซองเปล่า (ไร้เงิน) ผ่านประตูเงินประตูทอง และเมื่อถึงขั้นตอนมอบสินสอด แม่เจ้าบ่าวบอกว่า ให้แค่ 1 หมื่นบาทเด้อ ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจึงมาคุยกัน จนตกลงกันไม่ได้ และมีวาจาไม่เข้าหู เกิดการแลกหมัด-เท้ากัน จนฝ่านเจ้าบ่าวขับรถกลับบ้านไป ทางเจ้าสาวจึงออกมาเตือนภัยและเรียกร้องค่าจัดงานจากอดีตเจ้าบ่าว

กระทั่งต่อมา ในเฟซบุ๊ก นิวยอร์ก นันณพัทรศาฯ ที่เป็นญาติเจ้าสาว มีการโพสต์เพิ่มเติมว่า ตอนนี้เจ้าสาวหนีไปอยู่กับฝ่ายชายแล้ว หากใครที่กำลังสงสารเจ้าสาวอยู่ ตอนนี้ไม่ต้องสงสารแล้ว เจ้าสาวหลอกที่บ้านว่าจะไปทำงาน แต่สุดท้ายคือ หนีไปทำพาสปอร์ตไปอยู่ญี่ปุ่น ส่วนหนี้สินจากงานแต่งก็ไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้พ่อแม่เป็นคนจ่าย

น.ส.บี เจ้าสาว ที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า ที่ทางนายตูมตามคอยกอดให้กำลังใจอยู่หลอดเวลา น.ส.บี เปิดใจว่า เมื่อวานนี้หลังเกิดเหตุที่หลานสาวคือ นิวยอร์ก โพสต์เฟซบุ๊กว่าตนเองหนีออกจากบ้านไม่เป็นความจริง จริง ๆ แล้วเมื่อวานนี้ออกไปทำงานปกติ แต่ไม่ได้กลับบ้าน เนื่องจากหลังเลิกงานได้เดินทางไปที่บ้านตูมตาม เพื่อจะไปคุยตกลงกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองมองว่าเป็นการเข้าใจผิดกันระหว่างทางญาติตนเองกับญาติเจ้าบ่าว ซึ่งตอนที่เจ้าบ่าวกำลังยกขันหมากมาที่บ้าน เจ้าบ่าวติดต่อกับตนเองตลอด ที่เจ้าบ่าวแห่ขันหมากมาช้า ก็รู้ว่ารอเงินญาติที่จะโอนมาให้จากญี่ปุ่น แต่ทางญาติดันผิดนัด ด้วยความที่ตนเองเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาเข้าพิธี ก็เลยบอกให้เจ้าบ่าวแห่ขันหมากเข้ามาที่บ้าน ส่วนเรื่องเงินไว้ค่อยคุยกัน ยอมรับว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้น ตนเองไม่ได้บอกกับพ่อแม่และญาติ จนทำให้พอเจ้าบ่าวแห่ขันหมากมาถึงแล้วไม่มีเงินมาให้ตามที่ตกลงกันไว้ ก็เลยมีปากเสียงแล้วก็เกิดเหตุการณ์แบบในคลิป
amarintv


