เจอแล้วรถเก๋ง สองผัวเมีย ชนตำรวจ เกาะกระโปรงหน้า ซิ่งหนี
จากกรณีชายนิรนามขับรถเก๋ง มิตซูบิชิ รุ่นมิราจ สีเหลือง ป้ายแดง พุ่งชนท้ายรถ จยย.สายตรวจจราจรของ ด.ต.มลตรี นิติชัย อายุ 44 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช บริเวณสี่แยกไฟแดงกรุงไทย ในเขตเทศบาลตำบลท่าศาลา ด.ต.มลชัย จึงเดินลงมายืนดักหน้ารถเพื่อจะสอบถามว่าชนท้ายรถ จยย.ทำไม

แต่ปรากฏว่าคนขับกลับไม่ยอมลงมาคุยเจรจาด้วย แต่ขับรถเบี่ยงออกขวา เพื่อจะหลบหนี ด.ต.มลตรี จึงยืนดักหน้า แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมหยุดรถ ทำให้ ด.ต.มลตรี ตัดสินใจกระโดดขึ้นบนฝากระโปรงหน้ารถ เพื่อให้คนขับหยุดรถ แต่กลับขับพาร่างของ ด.ต.มลตรี ที่เกาะติดหน้ากระโปรงรถ ผ่านสี่แยกไฟแดงเลี้ยวขวาขับมุ่งตรงไปทางสะพานท่าสูงไปไกลเกือบ 2 กม. ก่อนที่คนขับจะชะลอความเร็ว ทำให้ ด.ต.มลตรี รีบกระโดดลงจากหน้ากระโปรงหน้ารถเก๋งลงมาได้อย่างปลอดภัย แต่หวาดเสียวสุดๆ โดยเจ้าตัวไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เชื่อว่าเป็นเพราะบารมีของพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ที่ ห้อยติดตัวตลอดเวลาคุ้มครองให้ปลอดภัย
ขณะที่ คนขับรถเก๋งได้ขับหลบหนีหายไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตัวเมืองนครศรีธรรมราช เหตุเกิดช่วงใกล้เที่ยง วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายตาประชาชนจำนวนมาก ต่างวิ่งตามไปช่วยเหลือ ด.ต.มลตรี โดยหลังเกิดเหตุมีการแชร์ภาพหวาดเสียวจากกล้องวงจรปิดหลายมุม ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา ได้สั่งตำรวจชุดสืบสวนออกเร่งสืบสวนติดตาม คนขับรถเก๋งและเตรียมดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่ า

ล่าสุด วันที่ 23 เม.ย. ทาง พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้กำลังตำรวจ นปพ.จาก กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ อ.ท่าศาลา ไปร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ท่าศาลา เพื่อติดตามจับกุมคนขับรถ เนื่องจากกระทำกับตำรวจจราจร อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดชัดเจนหลายมุม
ต่อมา ตำรวจ นปพ.และตำรวจ สภ.ท่าศาลา สืบทราบว่าคนร้ายได้นำรถเก๋งคันดังกล่าวไปจอดซ่อนทิ้งไว้ในป่าสวนยาง หมู่ 2 ต.กะหรอ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.ต.สนธิชัย จึงสั่งการให้นปพ. นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา เดินทางไปพร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดที่พบรถเก๋ง

เมื่อไปถึง พบรถเก๋งคันดังกล่าวตรงกับรถคันที่ก่อเหตุชนตำรวจในกล้องวงจรปิดเมื่อวานนี้ แต่มีการถอดทะเบียนป้ายแดงออกแล้ว แต่ที่ใส่ป้ายทะเบียน ระบุเป็นรถที่ซื้อมาจากศูนย์มิตซูบิชิ ถลาง จ.ภูเก็ต สภาพรถปิดฟิล์มมืดดำทึบ 100% ทั้งคัน มองไม่เห็นสภาพรถข้างใน ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจหารอยนิ้วมือของคนร้ายทั่วรถทั้งในและนอกตัวถังรถ ซึ่งในนรถไม่พบหลักฐานใดๆ จึงได้ใช้รถลากรถเก๋งคันกลับมาเก็บไว้ที่ สภ.ท่าศาลา
พ.ต.อ.อนันต์ หริกจันทร์ ผกก.สภ.ท่าศาลา ระบุว่า ขณะนี้ทางตำรวจพอจะรู้ตัวคนขับและเจ้าของรถคันนี้แล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอขออนุมัติศาลออกหมายจับคนขับและเจ้าของรถภายในวันนี้ ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ พบว่าชายคนขับเก๋งเป็นทำงานอยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ส่วนเจ้าของรถเป็นภรรยา บ้านอยู่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช หลังจากเกิดโควิดระบาดใน จ.ภูเก็ต บริษัทหยุดชั่วคราว ทำให้ตัวสามีเดินทางมาอยู่บ้านภรรยาที่ อ.นบพิตำ วันเกิดเหตุเมื่อวานนี้ สามีขับรถเก๋งมาถึงสี่แยกกรุงไทย เขตเทศบาลต.ท่าศาลา โดยภรรยานั่งข้าง ปรากฏขณะขับรถถึงไฟแดง ตัวสามีได้เล่นโทรศัพท์เพลินไม่ทันดู ทำให้รถไปชนท้ายรถ จยย.ของตำรวจจราจร

จากนั้นตำรวจจราจรได้ลงมาเรียกให้คนขับลงมาพูดคุย แต่คนขับเกรงกลัวความผิดเพราะในรถมีน้ำต้มพืชกระท่อม เกรงว่าจะถูกจับกุมและทะเบียนยังไม่ถูกต้อง ทำให้คนขับตัดสินขับหลบหนีทันที แต่เป็นจังหวะที่ตำรวจจราจรกระโดดเกาะกระโปรงหน้ารถ ทำให้คนขับยิ่งตกใจขับพาร่างตำรวจจราจรไปไกลเกือบ 2 กม. ก่อนที่จะชะลอรถให้ตำรวจกระโดดลงจากรถแล้วขับรถหลบหนีไปทางตัวเมือง เลี้ยวรถกลับที่ตลาดท่าแพ เลี้ยวอีกทีที่สี่แยกน้ำแคบ อ.พรหมคีรี มุ่งหน้าไป อ.นบพิตำ บ้านภรรยา แล้วนำรถไปจอดทิ้งไว้ในป่าลึกในสวนยาง ก่อนที่จะขี่รถ จยย.พาภรรยาหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านของสามีที่ อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังเดินทางไปจับกุมตัว สามีภรรยารายนี้ และทาง พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช เตรียมแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ ที่สภ.ท่าศาลา
ขอบคุณ thairath


