บทเรียนราคาแพง ป้าค้ำรถให้ คนรู้จัก จนถูกยึดบ้าน
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่โซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็น และให้ความสนใจกันเยอะมากๆเลยก็ว่าได้ หลังนางอำไพ โพธิประสิทธิ์ อายุ 60 ปี ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังทราบข่าวว่าตกเป็นหนี้ค้ำประกัน จนทำให้อาจถูกยึดบ้าน

นางอำไพ เล่าว่า เมื่อประมาณปี 2555 มีคนที่นับหน้าถือตากันในหมู่บ้าน มาขอร้องให้ค้ำประกันรถยนต์ให้ จึงค้ำประกันรถกระบะมือสองให้ไป ก็เห็นหน้ากันอยู่ประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นก็หายไป ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ไหน รถตนก็ไม่เคยเห็น ไม่เคยนั่ง
ต่อมามีหนังสือ และมีคนมาติดป้ายหน้าบ้าน ว่าจะยึดบ้านขๅยทอดตลาด ซึ่งตนก็ยังงงไม่รู้เรื่องที่เกิด จน 6 วันต่อมา มีทนายคนหนึ่งที่เขาประมูลบ้านได้มาหาที่บ้าน บอกว่า “ป้าบ้านนี้ผมประมูลมาได้แล้วนะ” ตนถึงกับช็อก เพราะไม่ทราบเรื่องอะไรเลย

ทนายยังบอกว่า ถ้าป้าจะอยู่ต่อ ป้าต้องคุยกับผม และก็ต้องเช่าผม หากอยากได้บ้านต้องหาเงินมาซื้อคืน ป้าจึงถามไปว่าเท่าไหร่ เขาตอบว่า 870,000 บาท ป้าก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหน บ้านหลังนี้ป้าทำมา สร้างมาด้วยชีวิต มีที่อยู่ที่เดียว ลูกหลานก็ยังไม่โต แล้วป้าไม่เคยรู้เลยว่าจะต้องมาเป็นหนี้เป็นสินอย่างนี้ ทำไมถึงมาลงที่ป้า ทำไมความยุติธรรมไม่มี
ต่อมาอีกประมาณ 20 วัน ทนายโทรมาบอกอีก บอกว่า เขาลดให้ 600,000 บาท เพราะเขาสงสารป้า แต่เงิน 600,000 ป้าก็คงไม่มีปัญญาหามา ป้าคงไม่หนีไปจากนี้ ถ้าว่าจะเสียไปจริง ๆ ป้าก็ขอสิ้นใจอยู่ที่นี่ดีกว่า
ป้าลำไพ กล่าวต่อว่า ต่อมาเขาจะมายึดบ้านจริง ๆ เขาให้เวลาสักเดือนหนึ่ง ไม่งั้นทุกคนในบ้านจะโดนจับหมด จนหัวหน้าแฟนที่ทำงานช่วยหาทนายมาให้ ไปยื่นศาลไปช่วยเพิกถอนคดี ตนก็ไม่เข้าใจ แต่ยังได้อยู่ต่อ แต่ในวันที่ 4 ส.ค. 63 นี้ ตนต้องไปขึ้นศาลใหม่อีกที

ช่วงที่ผ่านมามีครั้งหนึ่งตนเครียดมากไม่อยากอยู่แล้วเพราะปัญหามันแก้ไม่ได้ น้อยใจที่หนี้เราไม่ได้สร้าง แต่ทำไมกรรมต้องมาอยู่กับเรา ถือเชือกขึ้นบนบ้านจะแขวนคอตัวเองเวลาตีสามตอนนั้นไม่มีใครตื่น ตั้งใจจะไปจริงๆแต่ได้ยินเสียงหลานสาว 2 ขวบ ร้องหิวหม่ำ ๆ ทำให้ได้สติคิดว่า ถ้าตัวเองไม่อยู่แล้ว ใครจะอยู่กับหลาน แล้วใครจะแก้ไขเรื่องนี้ต่อ จึงตัดสินใจมีชีวิตต่อ เพื่อรอวันที่ 4 ส.ค. 63 นี้


