กรมศิลป์รับฟื้นฟู อาคารบอมเบย์เบอร์มา ให้เหมือนเดิม

กรมศิลป์รับฟื้นฟู อาคารบอมเบย์เบอร์มา ให้เหมือนเดิม

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่ห้องประชุมจดหมายเหตุ ศาลากลางจังหวัดแพร่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการชี้แจงกรณีการรื้อถอนอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ หรืออาคารบอมเบย์เบอร์มา ในอดีต ที่สวนรุกขชาติเชตวัน จังหวัดแพร่ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช ซึ่งได้ของบประมาณจากจังหวัดแพร่ มาดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร

โดยมีนางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช นายโชคดี อมรวัฒน์ นายวรญาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันชี้แจงและตอบข้อซักถามของประชาชนชาวจังหวัดแพร่

ด้านภาคีเครือข่ายอนุรักษ์เมืองเก่าแพร่ ประกอบด้วย นายเอกชัย วงศ์วรกุล ประธานสภาวัฒนธรรมจ.แพร่ นายธีรวุฒิ กล่อมแล้ว ประธานภาคีเครือข่าย นายพัฒนา แสงเรือง ภาคีเครือข่ายและภาคเอกชนในจังหวัดแพร่ ร่วมกันซักถามข้อสงสัยว่าทำไมมีการทุบทิ้ง ผู้เกี่ยวข้องทำการตอบข้อสงสัย ทั้งที่ชัดเจนและไม่ชัดเจน

ทางด้านนางพรรณี แสงสันต์ เผยว่าวันนี้ได้เข้าร่วมประชุมพร้อมกับข้อมูลในมือปึกใหญ่ได้สอบถามผู้ว่าฯ ว่า การขออนุมัติการใช้เงินของกลุ่มจังหวัด โดยเฉพาะในเรื่องนี้ น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีข้อผิดสังเกตหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติโครงการผู้นำเสนอโครงการ โดยทางการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นคนลงนาม แต่ในข้อเท็จจริง โครงการนี้ออกมาก่อนที่ผู้บริหาร การท่องเที่ยวและกีฬาจะมารับหน้าที่ แต่ทำไมถึงมีชื่อในโครงการ เรื่องนี้ต้องตอบให้ได้

อีกทั้งในการนำเสนองบประมาณต่อกรรมาธิการงบประมาณในรายละเอียดของการใช้งบประมาณในขณะนั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และในทีโออาร์นั้นชัดเจน คือ ในแบบแปลนงานสถาปัตยกรรมมีงบซื้อหลังคา เชิงชาย เพดานปูพื้น ผนัง ประตู เสาคานราวบันใด แสดงว่าตั้งใจรื้อแล้วซื้อใหม่ทั้งหมดแล้วไม้เก่าจะเอาไปที่ไหน นั่นแสดงว่าไม้เก่าจะไม่ใช้เลยแต่พอมีเรื่องกลับมาบอกว่าจะใช้ของเก่า และขอให้พี่น้องชาวจ.แพร่ร่ วมกันตรวจสอบงบของจ.แพร่อีกหลายโครงการด้วย

ทางด้านนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผวจ.แพร่ กล่าวในฐานะ ผู้เห็นชอบโครงการว่า โครงการนี้เริ่มจาก สำนัก 13 กระบวนการออกแบบอาจจะไม่ครบถ้วน เสนอมายัง สำนักงานจังหวัด และดูในเรื่องจะเข้ากลุ่มไหน เผอิญอยู่ในส่วนท่องเที่ยว จึงผ่าน ทกจ ซึ่งเป็นเลขา ของยุทธศาสตร์ ทกจ เพียงเซนเสนอเข้ายุทธศาสตร์ ไม่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติอื่นใด เป็นเอกสารของกลุ่มยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเท่านั้น

ความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้ อยู่ในสำนักบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์13 แต่ขณะนี้เราจะทำอย่างไรเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้ว เราต้องถามว่าตอนนี้เราจะเดินทางไปอย่างไร ประเด็นที่มีการตั้งคำถามเราต้องมีคำตอบให้ ทำไมถึงเซน เป็นการเห็นว่าการปรับปรุงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ศึกษา 2 สำนักคือกระทรวงทรัพย์ และโยธาธิการและผังเมืองทุกคนพยายามที่จะดูแลเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เห็นเรื่องการรื้อถอนพร้อมกับพี่น้องชาวแพร่ทางไลน์ก็ตกตกใจ ถ้าหากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ตนก็จะไม่เซ็นผ่านอนุมัติแน่

ขณะที่นางกานต์เปรมปรีด์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จังหวัดแพร่ได้หารือกับทางกรมศิลปากร ในเรื่องของการฟื้นฟูสภาพอาคารให้กลับมา เพื่อให้ประชาชนชาวจังหวัดแพร่สบายใจ โดยจังหวัดแพร่ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและคณะกรรมการติดตามการดำเนินการฟื้นฟูสภาพอาคาร ทางกรมศิลปากรจะเข้ามาช่วยเหลือดำเนินการ

ด้านนายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า อาคารดังกล่าวอยู่ในระหว่างขอความเห็นชอบ ยังไม่มีการส่งแบบใดๆมา อย่างไรก็ตามความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้น ถ้ายังอยู่ภายใต้หลักการ 5 ข้อนี้ ก็สามารถได้อาคารที่ใกล้เคียงกลับมาได้คือ ที่ตั้งคงเดิม วัสดุ ซึ่งเน้นเป็นวัสดุเดิมไม้เดิมให้ได้มากที่สุด ความจริงแท้ในเชิงช่างเทคนิค การก่อสร้าง อาจจะเป็นการดำเนินการร่วมกับท้องถิ่น ทำงานร่วมกัน เพราะบางอย่าง กรมศิลป์ก็ขาดความรู้ เช่นการเข้าไม้ด้วยการเข้าสลัก

ต้องรักษาช่างฝีมือไว้ เชิงรูปแบบ ต้องนำมาประกอบใกล้เคียงแบบเดิมที่สุด เรายังใช้พื้นที่แบบเดิม ได้หรือไม่ ตามเดิมคือ วัตถุประสงค์เดิมในการใช้อาคารตามฟังก์ชั่นเดิม ถ้ารักษา 5 ข้อนี้ได้ ก็สามารถฟื้นคืนอาคารมาได้เหมือนเดิมหรือใกล้เคียง

ด้านนายสมหวัง เรืองนิวัติศัย รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์ กล่าวว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น กรมอุทยานฯ เป็นเจ้าของเรื่องและเจ้าของพื้นที่ คงไม่อาจหลีกเลี่ยงในกระบวนการที่เกิดขึ้นและจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องของงบประมาณ เพื่อเยียวยาในทุกเรื่องและสนับสนุนกรมศิลปากรในการดำเนินการฟื้นฟูอาคารแห่งนี้ หากกรมศิลป์ขาดเหลือวัสดุอะไรก็จะหามาสนับสนุน เพื่อความสบายใจ ของชาวจังหวัดแพร่

นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการดำเนินการในเรื่องของไม้ที่รื้อออกมาโดยจัดเก็บแยกชิ้นส่วนต่างๆ ไว้ และติดกล้อง CCTV โดยรอบพื้นที่ และมีการตั้งเวร ยาม เข้าดูแลไม้ทั้งหมดไว้ เพื่อนำกลับมาสร้างฟื้นฟูสภาพอาคารตามที่กรมศิลปากรจะได้มาดูแลในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ก็จะได้ติดตามการดำเนินการฟื้นฟูอาคารศูนย์เรียนรู้การป่าไม้ หรืออาคารบอมเบย์เบอร์มา ในอดีต ให้กลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่อาคารเดิมที่มีผลต่อจิตใจและประวัติศาสตร์เช่นในอดีตก็ตาม

ขอบคุณ khaosod

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ