ฝ่ายหญิงพูดแล้ว สาเหตุที่ไม่พูดความจริงกับแฟนหนุ่ม ว่าติดเชื้อ HIV

ฝ่ายหญิงพูดแล้ว สาเหตุที่ไม่พูดความจริงกับแฟนหนุ่ม ว่าติดเชื้อ HIV

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสตเรื่องราวเกี่ยว เกี่ยวกับความรักของเขา และหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งหนุ่มรายนี้เล่าว่า เขาตัดสินใจผูกข้อมืออยู่กินกับสาวรายหนึ่ง ทั้งที่รู้ว่าติดเชื้อเอชไอวี เพราะอยากให้หยุดทำร้ายคนอื่น แต่หญิงสาวกลับไม่หยุดก่อนจะทิ้งไป จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวให้สังคมได้รับรู้ นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา น.ส.บี อายุ 30 ปี พี่สาวของผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว บอกว่า น้องชายคือ นายเอ อายุ 25 ปี กำลังเครียดอย่างหนัก และขณะนี้เก็บตัวอยู่ในบ้านไม่พร้อมพูดคุยกับใคร โดยน้องชายรู้จักกับ น.ส.มิ้นท์ เนื่องจากมิ้นท์เป็นเพื่อนของลูกพี่ลูกน้อง และตกลงคบหากันช่วงเดือนมกราคม

หลังจากนั้น น.ส.มิ้นท์ ได้ย้ายเข้ามาอยู่กับน้องชายที่บ้าน ระหว่างนี้น้องชายจับได้หลายครั้งว่าฝ่ายหญิงแอบคุยกับผู้ชายหลายคน แต่ก็อภัยให้เพราะรักมาก โดยฝ่ายหญิงขอทอง 1 บาท ของน้องชายไปจำนำ ต่อมาน้องชายเห็นเอกสารการตรวจโรค ระบุว่าฝ่ายหญิงติดเชื้อ HIV แต่ด้วยความรักและอยากจะใช้ชีวิตคู่กัน และไม่อยากให้มิ้นท์ไปหลอกคนอื่น น้องชายจึงเเต่งงานกับฝ่ายหญิงในเดือนกุมภาพันธ์

หลังจากคบหากันได้เพียง 20 วัน ซึ่งเงินสินสอด จำนวน 30,000 บาท ตนเองเป็นคนออกให้ทั้งหมด และระหว่างที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตนเองจะเป็นคนโอนเงินเลี้ยงดูทุกวัน โดยโอนเข้าบัญชีฝ่ายหญิง ครั้งละ 300 500 1,000 และ2,000 บาท ตลอดระยะเวลา 3 เดือน รวมเป็นจำนวนเงินไม่ต่ำกว่า 40,000 บาท

โดยหลังจากที่ผูกแขนกันเสร็จ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ฝ่ายหญิงย้ายกลับไปอยู่บ้านที่ อำเภอบางไทร ส่วนน้องชายก็ย้ายตามไปอยู่ด้วย ระหว่างนี้น้องชายจับได้ตลอดว่าฝ่ายหญิงแอบคุยกับผู้ชายคนอื่น กระทั่งเดือนเมษายน ฝ่ายหญิงเก็บเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน ก่อนจะขาดการติดต่อ

น.ส.มิ้นต์ เปิดเผยผ่านโทรศัพท์ว่า คบหากับนายเอ ได้ประมาณ 1 เดือน โดยย้ายมาอยู่ด้วยกัน ตลอดเวลาที่คบหาตนไม่ได้บอกว่ามีเชื้อ HIV แต่อย่างใด จนฝ่ายชายทราบเรื่องเอง โดยฝ่ายชายเข้าห้องนอนรื้อค้นจนเจอเอกสารโรงพยาบาล จึงทำให้เกิดการทะเลาะกัน และโพสต์เฟซบุ๊กประจาน

ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจปิดบังความจริง แต่ที่ไม่บอกแต่แรกเพราะอายและกลัวฝ่ายชายรับไม่ได้ โดยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะบอกให้สวมถุงยางป้องกัน แต่ฝ่ายชายไม่ทำตามที่บอก และทำให้มีปากเสียงเรื่อยมา ประกอบกับฝ่ายชายขี้หึง ไม่ทำงาน และติดยาเสพติด อีกทั้งยังเคยขู่จะฆ่าหากเลิกกัน

ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายแฉว่าคุยกับผู้ชายคนอื่น ยอมรับว่าจริง แต่คุยในฐานะเพื่อนปกติ ไม่มีอะไรเกินเลย และตนไม่ได้หลอกแต่งงาน เพื่อหลอกเอาเงินค่าสินสอด และอยากให้อีกฝ่ายลบโพสต์ เพราะจะดำเนินคดีตามกฏหมาย

ขอบคุณ amarintv

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ