ส่อเตรียมปิดประเด็นน้องชมพู่ หลังเจ้าหน้าที่ ได้รับผลจากแพทย์ผู้ชันสูตร

ส่อเตรียมปิดประเด็นน้องชมพู่ หลังเจ้าหน้าที่ ได้รับผลจากแพทย์ผู้ชันสูตร

จากกรณีการหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาของ น้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ ซึ่งหายออกจากบ้านพักที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม และมาพบร่างของน้องวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 บริเวณภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักประมาณ 3 กิโลเมตร และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้าย ตามที่มีการตั้งข้อสันนิษฐานเอาไว้ได้นั้น

โดยทางตำรวจได้ออกมาแถลงความคืบหน้าว่า ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวน สอบสวน ทุกส่วนได้ทำงานรว่มกัน ได้สอบปากคำไป 900 คน ทั้งในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง ภายใน 1-2 วันจะได้รับรายงานผลการตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอจากหลายสถาบัน โรงพยาบาล ซึ่งในการนำผลตรวจดีเอ็นเอ การตรวจร่างกายต่างๆ เป็นรายงานที่มีความสำคัญ จะนำไปประกอบสำนวน

หลายฝ่ายตั้งสังเกตว่าทำไมถึงใช้เวลานาน ทำไมก่อนหน้านี้ไปจับในคดีอื่นได้ ขอเรียนว่าในการสืบสวน ติดตามตัวคนร้าย เราดำเนินการเป็นขั้นตอน ยอมรับ ทำงานยากที่สุด หมดค่าใช้จ่ายมากสุด จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการทำงานของตำรวจ พร้อมยอมรับว่าคดีน้องชมพู่เป็นคดีแรกและคดีเดียว ที่ตำรวจทำงานยากที่สุด รวมถึงหมดค่าใช้จ่ายมากที่สุดเท่าที่เคยทำคดีมา

ทั้งนี้ มีการชี้ว่า 1 ปี หากไม่มีหลักฐานสามารถเสนอปิดคดี ด้วยกระแสของสังคมตำรวจและกระแสสื่อ ได้เปิดสำนวนชันสูตรเพื่อเสนอต่อศาลไต่สวน และสำนวนคดีฆาตกรรมซึ่งถ้าศาลสั่งเป็นอย่างอื่นออกมาแล้วก็ว่ากันไป ก็ต้องปิดสำนวนฆาตกรรม แต่ถ้าศาลสั่งออกมาว่าถูกคนอื่นทำร้ายตาย สำนวนฆาตกรรมก็ต้องแขวนไว้ ทำการสืบสวนสอบสวนไปจนครบ 1 ปี พนักงานสอบสวนยังไม่มีหลักฐานก็จะหยุด โดยทำหนังสือของดการสอบสวนต่อพนักงานอัยการ หากพนักงานอัยการเห็นควรงด คดีนี้ก็ปิดจนกว่าจะมีหลักฐาน พยานใหม่

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ข้อสมมติฐานที่ตนตั้งว่า น้องชมพู่เดินตามสัตว์แล้วหลงเข้าไปในป่าเองนั้น จะตรงกับตำรวจตั้งไว้หรือไม่ก็ได้ เพราะในฐานะที่เคยสืบสวนคดีมาหลายสิบคดี มีทั้งคดีเด็กหาย เด็กถูกทำร้ายตาย และในฐานะที่เป็นอาจารย์สอนวิชาสืบสวนสอบสวนให้ลูกศิษย์ ให้กับตำรวจ จึงตั้งสมมติฐานการเสียชีวิตของน้องชมพู่ขึ้นมา และย้ำว่าคดีนี้จะจบอย่างไรนั้นอยู่ที่ศาลจะออกคำสั่งสำนวนชันสูตร ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่นานก็จะจบด้วยวิธีและกระบวนการของศาล

โดยผลตรวจล่าสุด ทางแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เผยผลการผ่าชันสูตรศพ น้องชมพู่อย่างละเอียด ยืนยันผลตามเดิมที่ตรวจครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมว่า ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายและไม่พบการล่วงละเมิดทางเพศ มีเพียงรอยขูดขีดที่เกิดขึ้นขณะยังมีชีวิต และรอยมด-แมลงเจาะ

ซึ่งผลการตรวจตรงกับแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ และได้มีการชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน อย่างละเอียด

โดยวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย ยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะเชิญรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พนักงานสอบสวน มาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงการรายงานผลการชันสูตรศพน้องชมพู่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ