ป้าเก๋งดำพูดแล้ว หลังโวยคู่กรณี ก่อนเจอคลิปแฉความจริง

ป้าเก๋งดำพูดแล้ว หลังโวยคู่กรณี ก่อนเจอคลิปแฉความจริง

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเพื่อนร่วมทาง หลังจากเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ขับรถจะไปส่งลูกที่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางนา แต่ถูกคุณป้าขับรถเก๋งป้ายแดง ก่อนจะถอยหลังมาชนรถของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งขณะนั้นสามีเป็นคนขับได้ลงมาดูรถ พร้อมกับป้าคู่กรณี แต่ผู้เสียหายมองว่าถูกชนเป็นรอยตำหนิแค่นิดเดียว จึงไม่ติดใจเอาความหรือเรียกประกันขณะนั้นและแยกย้ายกันกลับ แต่สุดท้ายฝ่ายคุณป้ากลับแจ้งประกันภัยรถยนต์ว่า ถูกรถคู่กรณีไปชนท้ายรถเขา จึงทำให้เกิดความไม่พึงพอใจต่อผู้เสียหาย และแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการนำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานยืนยันกับตำรวจ

ล่าสุดประกันภัยรถยนต์ ได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันแล้วที่ สน.อุดมสุข โดยมี พ.ต.ต.พันธกานต์ อุไรกุล สารวัตรสอบสวน สน.อุดมสุข เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย หลังใช้เวลาประมาณ 30 นาที คุณดาริกา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาของคนขับ ก็บอกว่า ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรตั้งแต่แรก แต่ที่โพสต์ลงโซเซียล แค่ต้องการให้ คู่กรณีแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่โยนความผิดให้ผู้อื่น ที่ไม่ได้ทำผิด

ส่วนนางนิตยา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถอยรถชนคู่กรณีกลางถนนวันนั้น ยอมรับผิดทุกกรณี แต่ขณะที่เกิดเหตุยืนยันว่า ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายผิดหรือถอยรถไปชนผู้เสียหาย พอเกิดเหตุการณ์ก็ตกใจและยังไม่รู้ตัว นึกว่ามีคนมาชนรถ วันนั้นได้ไปส่งหลานชายวัย 3 ขวบ ไปเรียนหนังสือ ที่โรงเรียน คิดว่าหลานชายน่าจะเป็นคนที่เอามือไปเล่นเกียร์รถ ระหว่างที่เหยียบเบรกจะเลี้ยวขวาไปส่งหลาน รถเลยถอยหลังชนคู่กรณี ตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

พ.ต.ต.พันธกานต์ อุไรกุล สารวัตรสอบสวน สน.อุดมสุข ออกมาเปิดเผยหลังจากตรวจหลักฐานและภาพวงจรปิด จึงได้ตั้งข้อหานางนิตยาซึ่งเป็นผู้ถอยรถชนรถผู้เสียหาย ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย มีโทษปรับ 400 บาท นอกจากนี้ยังตรวจสอบสอบพบว่านางนิตตา พึ่งขับรถขับรถยนต์เป็นไม่ถึงปีจึงไม่ชำนาญ และยังไม่มีใบขับขี่ ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างเรียนเพื่อไปสอบทำใบขับขี่ จึงถูกปรับในข้อหาไม่มีใบขับขี่ 400 บาท จึงอยากให้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเพื่อความปลอดภัยทุกคน

คลิปดังกล่าว

ขอบคุณ one31

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ