น้าแต น้องชายแม่ชมพู่ ขึ้นโรงพัก

น้าแต น้องชายแม่ชมพู่ ขึ้นโรงพัก

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.63 เวลา 16.30 น. นายนรินทร์ หลาบโพธิ์ น้าของน้องชมพู่ ได้เตรียมเอกสารเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.กกตูม เพื่อลงบันทึกประจำวันและแจ้งความเอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับ 1 เพจ และ 2 เฟซบุ๊ก นำข้อมูลอันเป็นเท็จลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นายนรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาลงบันทึกประจำวันและแจ้งความกับเพจและเฟซบุ๊กบางคนที่ทำให้ตนเสียหาย ซึ่งจริง ๆ แล้วตนรวบรวมข้อมูลไว้ค่อนข้างมาก โดยตั้งแต่เฟซบุ๊กของตนถูกทัวร์ลง ตนก็ค่อย ๆ แคปภาพคนที่เข้ามาคอมเมนต์ครั้งละคนสองคน แต่ตนยังไม่ได้แจ้งทั้งหมด ซึ่งวันนี้จะแจ้ง 1 เพจ และ 2 เฟซบุ๊กส่วนบุคคลเท่านั้น ซึ่งมีคนที่ปลอมเฟซบุ๊กของตน เพื่อปั่นกระแสว่าตนเป็นคนเล่นด้วยตัวเอง โพสต์ยุและเหมือนอวยตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ตนก็ไม่ได้โพสต์เฟซบุ๊กของตัวเองมานานแล้ว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

และตนคิดว่าด้วยเหตุนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชาวโซเชียลฯ มาต่อว่าและทัวร์ลงเฟซบุ๊กตน ทั้งนี้ตนยืนยันว่าเฟซบุ๊กของตนมีเพียงยูสเซอร์เดียว ชื่อว่า นรินทร์ หลาบโพธิ์ และสังเกตง่าย ๆ ว่ามีผู้ติดตามถึง 2 หมื่นคน ซึ่งตนอยากฝากถึงคนที่ดูข่าวออนไลน์ และทางช่องโทรทัศน์ว่า ข้อมูลที่คนที่สื่อเอาลงกันนั้น จะต้องให้เกียรติตำรวจในการทำงาน เพราะบางข้อมูลนั้นตำรวจก็เก็บรวบรวมตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.63 แล้ว ส่วนใครที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จมาทำให้คนเสียหาย ตนก็ต้องแจ้งความดำเนินคดี

นายนรินทร์ กล่าวต่อว่า ตนทำธุรกิจจำหน่ายหนูพุก และอาหาร อุปกรณ์การเลี้ยง ซึ่งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางคนที่นำเรื่องถุงมือมาตั้งข้อสงสัยว่า มีถุงมือจับหนูอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็ทำให้คนอื่นสับสนและตนก็รับผลกระทบโดยตรง คือ ขายอาหาร และถุงมือไม่ได้เลย และทำให้สังคมมองว่าตนเป็นคนกุเรื่องขึ้นมา ตนก็คิดว่าเหตุนี้แหละที่ทำให้ตนเสียหาย

อย่างไรก็ตาม การที่คนมาตั้งข้อสังเกตนั้นทำให้เหมือนตนเป็นผู้ต้องสงสัยอีกคนในโลกออนไลน์ แต่ในทางสืบสวนของตำรวจนั้น เรื่องถุงมือและข้อมูลต่าง ๆ นั้น ตำรวจได้เคลียร์ไฟเขียวไปตั้งนานแล้ว เพราะถ้าตนเป็นผู้ต้องสงสัยตำรวจก็คงมีหลักฐานอะไรมามัดตัวตนแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เรียกตนไปพูดคุยเคลียร์ไทม์ไลน์หลายครั้งแล้ว สุดท้ายนี้ถ้าหากคนที่มาคอมเมนต์คิดว่า ข้อมูลที่กล่าวหาตนทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ตนก็ให้โอกาสไปลบออก ตนก็จะไม่เก็บข้อมูล แต่สำหรับใครที่สร้างเรื่อง และยังพิมพ์เข้ามาเรื่อย ๆ ตนก็จะเก็บข้อมูลมาดำเนินคดี เพราะตนมองว่าจงใจทำให้ประวัติของตนเสียหาย รวมถึงทำให้ครอบครัวและวงศ์ตระกูลของตนเสียหาย

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

นายนรินทร์ ระบุอีกว่า สำหรับกรณีแฟนเพจหนึ่งออกมาพูดเรื่อง ส. กับ ต. ตนก็ไม่ได้มีความกังวลใจ เพราะตราบใดที่ตนยังบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนรู้เห็น ตนก็คงใช้ชีวิตไปตามปกติ อะไรก็ตามถ้าตนทำอะไรไม่ดี ตนคิดว่าไม่ต้องไปหลบไปซ่อน ตำรวจก็ต้องมาหาถึงบ้าน แต่ถ้าเราไม่มีส่วนรู้เห็นแล้วมีคนมากล่าวหา ตนก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจ

นายนรินทร์ ยังบอกอีกว่า ตนได้พูดคุยกับตำรวจหลายรอบ ส่วนมากจะเป็นการเรียกไปพูดคุยไม่ใช่การสอบปากคำ ส่วนประเด็นที่เรียกไปสอบถามก็จะเป็นเรื่องไทม์ไลน์บ่อยมาก และสอบถามว่าตนรู้จักคนนั้นคนนี้หรือไม่ และนำรูปมาให้ดู ซึ่งไทม์ไลน์ในวันที่ 11 พ.ค.63 นั้น ในช่วงเวลาระหว่าง 06.00 ถึง 07.00 น. ตนก็ขับรถออกจากบ้าน ขับรถไปซื้อหนูที่อำเภอปลาปาก จังหวัดนครพนม กว่าจะกลับมาถึงหมู่บ้านก็ประมาณ 14.00 น.แล้ว ซึ่งไทม์ไลน์ในตรงนี้ตำรวจก็ไม่ได้สอบอะไรมาก เป็นเรื่องที่ตำรวจสอบมานานแล้ว

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

และมีการสอบเรื่องไทม์ไลน์จริงจังในวันที่ 12ถึง13 พ.ค.63 อีกทั้งตนยังมีน้าฝน ผู้เป็นน้องสาวเป็นพยาน และมีคู่ค้าของตนที่ซื้อขายหนูที่อยู่ที่อำเภอปลาปากอีก 2 คน รวมถึงมีสลิปการโอนเงินเป็นหลักฐานยืนยัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่กังวลที่โซเชียลฯ จับผิด เพราะถ้ามีอะไรที่ก้าวล่วงและไม่เป็นความจริง ตนก็จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ อยู่แล้ว

ขอบคุณ ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ