นรินผวาถูกจับคดีชมพู่ หิ้วหลักฐานโผล่กลางโรงพัก
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.63 ที่สภ.กกตูม พบว่านายนริน เชื้อคมตา ผู้ต้องหาในคดีกระทำอนาจารหลานตัวเอง และนางชนาภา เชื้อคมตา ภรรยา เดินทางมาเพื่อขอยื่นเอกสารคำร้อง และพยานหลักฐานให้แก่พนักงานสอบสวนในคดี รวมทั้งมีเจตนามายื่นเอกสารให้กับหัวหน้าสถานีตำรวจ

ภาพจาก amarintv
นอกจากนี้ยังจะส่งหนังสือพร้อมหลักฐานทั้งหมดนี้ ไปยังคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน, เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.อ.ประยุทธ จันโอชา โดยเอกสารสำหรับ 4 หน่วยงานข้างต้นจะส่งไปรษณีย์ไป รวมทั้งหมดเอกสารที่ทำขึ้น 6 ฉบับ
โดยช่วง 16.00 น. นายนริน และนางชนาภา เดอนทางมาถึง สภ.กกตูม ได้จัดเรียงเอกสาร หลักฐาน 5 ชิ้น มอบให้พนักงานสอบสวน ได้แก่ 1.บันทึกการเรียนของโรงเรียนบ้านกกตูม 2.ภาพถ่ายของ ด.ญ.บี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ขณะอยู่ในโรงเรียนในวันที่เกิดเหตุ 3.สำเนาใบรับรองแพทย์ 4.บันทึกข้อความของโรงเรียน ยืนยันมีการจ่ายเงินค่าทำขวัญจากผู้ปกครอง ด.ช.เอ (นามสมมติ) และ 5.บันทึกวิดีโอเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนบ้านกกตูม เห็น ด.ญ.บี (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เดินต่อแถวเพื่อกลับบ้าน

ภาพจาก amarintv
นายนริน และนางชนาภา ได้นำเอกสารทั้งหมด เดินเข้าไปที่ สภ.กกตูม โดยมี พ.ต.ท.สุริยา นภกรรกำแหง สารวัตรใหญ่ สภ.กกตูม และ พ.ต.ต.ธนกาญจน์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เป็นผู้รับเอกสารไว้ จากนั้นนายนริน และครอบครัว ได้เข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมในห้องสอบสวน
พนักงานสอบสวน ได้พูดคุยเพิ่มเติม เบื้องต้นระบุว่าขณะนี้ได้มีความเห็นส่งไปยังพนักงานอัยการแล้ว ทำให้ขณะนี้ไม่สามารถสอบปากคำอะไรเพิ่มเติมได้ จึงต้องรอไปยืนเอกสารต่อพนักงานอัยการจังหวัดในวันที่ 26 ส.ค.63 โดยครั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ให้ นายนริน ลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าขณะนี้ผู้ต้องหาได้มายื่นเอกสารแล้ว
หลังจากนั้น นายนริน และนางชนาภา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ระบุว่า วันนี้ตนเองตั้งใจมายื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดี ที่ผ่านมาหลักฐาน 5 อย่างนี้ตนเองเคยยื่นผ่านทนายความ ซึ่งไม่ทราบว่ามีการยื่นให้พนักงานสอบสวนหรือไม่

ภาพจาก amarintv
ส่วนตัวตอนแรกไม่ทันตั้งตัวในการเตรียมหลักฐาน ในสำนวนที่ยื่นไปกับอัยการมีเพียงคำว่า ปฏิเสธที่ตนได้ให้การไว้เท่านั้น ไม่มีหลักฐานอื่น ๆ แต่อย่างใด ตนรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนเองพูดไม่ถูกว่ากลัวหรือไม่ที่อาจจะตกเป็นผู้ต้องหาคดีชมพู่ เบื้องต้นมาเจอที่ปรึกษากฎหมายท่านนี้ จึงได้ข้อมูลว่าสามารถยื่นหลักฐานเช่นนี้ได้
หากปล่อยเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ ยอมรับว่าตนเองต้องเดือนร้อนแน่นอน หากติด ลูก ๆ 2 คน ต้องออกจากโรงเรียน เพราะต้องใช้เงิน ตนยืนยันว่าตนบริสุทธิ์ ตนเองไม่ได้ก่อเหตุ ตั้งแต่มีคดีมาตนเองก็เครียด นอนไม่หลับ ทั้งนี้ครอบครัวตนมีปัญหาที่สุดคือเรื่องเงินในการสู้คดี ตอนนี้ก็หมดเงินไปเกือบ 1 แสนบาท ทั้ง ๆ ที่ตนเองไม่ได้ทำ ตนเองก็คิดว่าเรื่องที่ตนเองไม่ได้ทำ ทำไมครอบครัวต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
ขอบคุณที่มาจาก amarintv


