ผญบ.หญิง จับลูกชายตัวเอง

ผญบ.หญิง จับลูกชายตัวเอง

วันที่ 26 เม.ย. จากกรณีนางสาววลีรัตน์ ประสงค์เงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บางนางร้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา จับกุมพ่อค้าขายกะทิสด 2 คน คือ นายกิตติศักดิ์ รุมรัตน์ และนายปกรณ์กฤษ รุมรัตน์ ซึ่งทั้งสองคนเป็นลูกชายของผู้ใหญ่บ้านเอง บริเวณตลาดสดบางปะหัน ต.บางนางร้า ในความผิดไม่สวมแมสก์ ส่งตำรวจสภ.บางปะหัน ทำการเปรียบเทียบปรับ 500 บาท และได้มีการโพสต์ใบเสร็จไปในโลกโซเชียลนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะหัน ได้ยกเลิกการเปรียบเทียบปรับดังกล่าว โดย นางสาววลีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ได้พา นายกิตติศักดิ์ และนายปกรณ์กฤษ ลูกชายทั้งสองคนไปเข้าพบ พ.ต.ท.สมนึก ประจิตร์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางปะหัน เพื่อทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนนำตัวไปส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากอัตราโทษปรับในความผิด จำนวน 20,000 บาท ตำรวจไม่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ

ด้าน นางสาววลีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันที่ 25 เม.ย. ตนเองได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพบเห็นพ่อค้าในตลาดสดบางปะหันขายของไม่สวมแมสก์ จึงได้ไปตรวจสอบพบว่าเป็นลูกชายของตนเองซึ่งเป็นพ่อค้าขายกะทิสดนั่งคุยกันอยู่ จึงได้จับกุมตัวทั้งที่เป็นลูกชายของตนเอง เพราะถือว่ากระทำความผิด ซึ่งได้สอบถามลูกชายแล้วบอกว่า เห็นว่าไม่มีลูกค้าและคนเดินในตลาด เป็นจังหวะที่เพิ่งจะรับประทานอาหาร

จากนั้นได้รายงานต่อนายอำเภอนำตัวมาเปรียบปรับที่ สภ.บางปะหัน ตนเองทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์ CV-19 ต้องทำหน้าที่ดูแลช่วยเหลือประชาชนพร้อมกับการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุม ตามคำสั่งของนายอำเภอ

ด้าน ร.ต.ต.หญิง สายสุนี ยมานันท์ นายอำเภอบางปะหัน กล่าวว่า เรื่องของการจับกุมเป็นการจับกุมผู้กระทำความผิดในตลาดสดบางปะหัน ไม่ใช่การจับกุมในรถยนต์ ตามที่มีการแชร์ข่าวสารไป เรื่องนี้มีการร้องเรียนผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊ก @เรารักษ์บางปะหัน พบเห็นพ่อค้าในตลาดไม่สวมแมสก์ จึงได้ประสานผู้ใหญ่บ้านให้ไปตรวจสอบซึ่งรับผิดชอบตลาดอยู่ หลังจับกุมได้รายงานมาให้ตนทราบทันที ทั้งที่เป็นลูกชายของผู้ใหญ่บ้านเอง ต้องขอชื่นชมเป็นอย่างมากและให้กำลังใจผู้ใหญ่บ้านด้วย ซึ่งเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาตลอด โดยเฉพาะในช่วง CV-19 เรื่องการสวมใส่แมสก์เป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมป้องกัน CV-19

ที่มา dailynews

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ