พ่อขอรับผิดชอบทั้งหมด หลังลูกชายหวาดระแวง ตบหญิงในร้านสะดวกซื้อ
จากกรณีชายใช้มือตบศีรษะลูกค้า และพยายามตบพนักงานสาวในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งที่จังหวัดยโสธร จากนั้นได้ไปทำรถยนต์พนักงานเสียหาย 1 คัน

นายอาทิตย์ อายุ 39 ปี ผู้ก่อเหตุและผู้เป็นพ่อ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว เพื่อเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้กับฝ่ายของผู้เสียหาย โดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้เข้าไปพูดคุยเจรจากันภายในห้องสอบสวนของพนักงานสอบสวน

ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพแต่อย่างใด มีเพียง นายอาทิตย์ จักรไชย ผู้ก่อเหตุ ที่ออกมานั่งรออยู่หน้าห้องสอบสวนเนื่องจากยังคงมีอาการหวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายและพูดไปเรื่อยเปื่อยอยู่ตลอดเวลา แต่พอสรุปใจความได้ว่าผู้ก่อเหตุไม่พอใจคนขับรถเก๋งสีขาว มักจะก่อกวนหาเรื่องทำร้ายตนอยู่บ่อยครั้งและในขณะที่ตนกำลังไปซื้อน้ำดื่มในร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุอีกครั้ง จึงกลัวว่าจะถูกทำร้ายจึงได้ทำร้ายก่อนเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

หลังจากผู้เป็นพ่อของนายอาทิตย์ ผู้ก่อเหตุ ได้เข้าไปตกลงเจรจากับฝ่ายของผู้เสียหายนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถเจรจาตกลงกันได้แต่โดยดี โดยฝ่ายของผู้ก่อเหตุยินยอมซ่อมรถที่ถูกผู้ก่อเหตุให้และฝ่ายของผู้เสียหายก็ไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ เนื่องจากเห็นว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตจึงไม่ติดใจที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด

พันตำรวจเอกสงบ พิมลัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคำเขื่อนแก้ว บอกว่า หลังเกิดเหตุแล้วผู้เสียหายได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาเจรจาตกลงกันซึ่งในวันนี้ฝ่ายผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายก็ได้มาเจรจาตกลงกันซึ่งก็สามารถเจรจาตกลงกันได้ด้วยดีโดยที่ฝ่ายผู้เสียหายก็ไม่ได้ติดใจที่จะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุเพราะเป็นเหตุที่ไม่รุนแรงอะไร และเห็นว่าทางผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิต

ส่วนรถยนต์ของผู้เสียหายที่ถูกเตะจนเป็นรอยบุบทางบิดาของผู้ก่อเหตุก็ยินยอมที่จะนำไปซ่อมให้จนเป็นที่พอใจทั้ง 2 ฝ่าย จึงพอใจและไม่ติดใจดำเนินคดีใดๆทั้งสิ้น
พ่อของผู้ก่อเหตุบอกว่า ลูกชายของตนเรียนจบแพทย์มาและไปทำงานได้ประมาณ 2 ปี จึงลาออกเนื่องจากมีอาการป่วยทางจิตไม่สามารถที่จะทำงานต่อได้จากนั้นตนจึงนำมาดูแลรักษาและต้องรับประทานยาระงับอาการทางจิตอยู่เป็นประจำแต่ถ้าขาดยาก็จะมีอาการกำเริบคือจะมีลักษณะหูแว่วและคิดไปเองว่าจะมีคนตามทำร้ายอยู่ตลอดเวลา และที่ผ่านมาก็ไม่ปรากฏว่าไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นมาก่อนพึ่งจะก่อเหตุขึ้นเป็นครั้งแรก

ที่มา one31





