เปิดใจ เบื้องหลังคลิป พยาบาลร่ำไห้ ลั่น ไม่ไหวแล้ว

เปิดใจ เบื้องหลังคลิป พยาบาลร่ำไห้ ลั่น ไม่ไหวแล้ว

จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ได้พาผู้ป่วยโควิด มาส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แต่พยาบาลได้ระบุว่า มีพยาบาลอยู่ 10 คน ออกซิเจนหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่อยากรับ แต่ไม่สามารถจะรับผู้ป่วยได้แล้วจริงๆ อยากให้ช่วยถ่ายออกไปให้รับรู้ว่า พวกเราไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่ใช่ไม่อยากรับผู้ป่วย

นายวรวุฒิ ธานวิจิตร เปิดใจกับ ข่าวสดออนไลน์ ถึงคลิปที่ผู้ป่วยโควิด 19 นอนออกมาล้นโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ พร้อมกับมีพยาบาลออกมาพูดว่า ไม่ไหวแล้ว หลังคนไข้ล้นจนไม่มีเตียง และออกซิเจนหมด

นายวรวุฒิ กล่าวว่า ตนได้เอาคลิปมาจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ไปถ่ายมา แต่ตอนนี้พี่เขาลบคลิปไปแล้ว และก็ไม่สามารถติดต่อได้ ตนจึงเอามาลงเพราะอยากจะให้ทุกคนรู้ว่าเหตุการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับผู้ป่วยโควิดเป็นชายร่างอ้วน อาการวิกฤต ตาลอยมาก เหมือนจะไม่ไหวแล้ว มาส่งที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จากนั้นก็ประสานกับทีมแพทย์มารับผู้ป่วยแต่มีปัญหากันนิดหน่อย เพราะว่าแพทย์แจ้งมาว่าผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้มีประวัติเข้ามาที่โรงพยาบาล

จากนั้นทั้งกู้ภัยและทีมแพทย์ก็มีการถกเถียงกัน ทางกู้ภัยเองก็พยายามที่จะให้ผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล จนสุดท้าย พยาบาลชุดสีชมพู ก็เปิดประตูให้กู้ภัยเดินเข้ามาถ่ายคลิป ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้ สภาพของโรงพยาบาลเป็นอย่างไรบ้าง

มีผู้ป่วยโควิด 19 ล้นออกมารักษาตัวที่เต้นท์ข้างนอกโรงพยาบาล ท่ามกลางอากาศร้อน ๆ มีอยู่หลายเตียงมา หนาตาไปหมด ขณะที่ส่วนใหญ่ เป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องออกซิเจนด้วยแต่ว่าเครื่องออกซิเจนหมด พยาบาลก็บอกว่สให้ถ่ายคลิปเลย ตั้งใจเปิดให้ดูว่าตอนนี้ทีมแพทย์ไม่ไหวแล้ว โรงพยาบาลไม่มีพื้นที่ที่จะรักษา ทีมแพทย์สู้ไม่ไหว ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล ไม่ใช่ไม่อยากรับผู้ป่วย แต่ว่ามันรับต่อไม่ไหว เพราะผู้ป่วยเยอะมาก ทางแพทย์ยังไม่ได้กินข้าวกันเลย ซึ่งนั่นเป็นเวลา 15.00 น. แล้ว ทำให้พี่กู้ภ้ยที่ถ่ายคลิปจุกอกมาก จึงขอโทษพี่พยาบาลไป

สุดท้าย ทางทีมแพทย์ก็ประสานรับคุณลุงไปรักษาแล้ว ส่วนทีมกู้ภัยเองก็ออกนอกพื้นที่มา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมแพทย์ดูแลผู้ป่วยต่อไป

ทั้งนี้ คลิปที่ลงไป มันคือเหตุการณ์จริง ๆ ไม่ใช่เฟกนิวส์ ทุกอย่างมันสะท้อนให้เห็นแล้วว่าระบบสาธารณสุขไทยมันล้มเหลวแค่ไหน ตนจึงขอเป็นกำลังใจให้กับทีมแพทย์และทีมกู้ภัยด้วย

ที่มา khaosod

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ