รวบ ส.ต.ท.ชิงทอง 3 ล้าน โป๊ะใส่ชุด

รวบ ส.ต.ท.ชิงทอง 3 ล้าน โป๊ะใส่ชุด

จากกรณีคนร้ายแต่งกายเป็นไรเดอร์ฟู้ดแพนด้า บริการรับส่งอาหาร ก่อเหตุนำอาวุธปืนระเบิดควัน บุกเดี่ยวจี้ชิงทองจากร้านทองห้างเพชรทองเยาวราช ในห้างบิ๊กซี สาขาปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยชิงทอง 132 เส้น มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม ส.ต.ท.อนุชา บุญอารักษ์ หรือ หมู่บ๊อบ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างบิ๊กซีปากช่อง โดยอาวุธที่ใช้ก่อเหตุคือปืนชิกซาวเออร์ของราชการ

สอบสวนเบื้องต้นอ้างว่า ก่อเหตุเพราะมีปัญหาหนี้สิน และเล่นการพนันนำค้นที่ซ่อนทอง โดย ส.ต.ท.อนุชา นำทองที่ชิงมาได้ซ่อนไว้ในอ่างบัว ส่วนชุดและอุปกรณ์ฟู้ดแพนด้าอ้างว่านำไปเผาทิ้งแล้วนั้น

และต่อมา เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ก่อเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพประกอบกับสำนวนคดีพร้อมให้เล่าเหตุการณ์การก่อเหตุจุดใดบ้าง

จากพฤติการณ์คนร้าย เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 64 ใช้อาวุธปืนบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง ห้างเพชรทองเยาวราช อยู่ภายในห้างสรรพสินค้า อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง นำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบพนักงานหญิงอยู่ในการตกใจ ผู้ก่อเหตุใส่เสื้อพนักงานส่งอาหาร ใช้ขวดบรรจุวัตถุไม่ทราบชนิดมาตั้งที่ร้าน

ก่อนใช้อาวุธปืนที่อยู่ในถุงดำ จี้พนักงานให้นำทองใส่กระเป๋า ก่อนเจ้าของร้านใช้จังหวะที่ผู้ก่อเหตุเผลอ พยายามเข้าต่อสู้กับผู้ก่อเหตุ มีเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด เจ้าของร้านได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายวิ่งหลบหนีไป ใช้เวลาประมาณ 2 นาที 30 วินาที

เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา เดินทางมาที่ สภ.ปากช่อง เข้าสอบปากคำ ส.ต.ท.อนุชา บุญอารักษ์ ผบ.หมู่(ป)สภ.ปากช่อง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ผบช.ภ.3 กล่าวว่า ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนที่คดีก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง คนร้ายเป็นข้าราชการตำรวจ ทุกองค์กรมีทั้งคนดีและคนไม่ดี นิ้วไหนร้ายก็ต้องตัด เราไม่เอาไว้ ถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์ คนร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งนี้ได้ระดมสรรพกำลังทั้งกองปราบ สืบสวนภาค สืบจังหวัด สภ.ปากช่อง ที่ช่วยกันคลีคลายคดี เกิดเหตุเย็นวันที่ 1 ก.ย. ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ช่วง 15.00 น. ก็ได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว ทำได้รวดเร็ว ก็ถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า หลังก่อเหตุชิงทองแล้ว คนร้ายขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปยังจุดหมายในป่าที่จอดรถกระบะอีซูซุ 4 ประตู สีขาวไว้ในป่า แต่รถกลับติดหล่มยังได้เรียกรถยกไปยก พร้อมยกรถ จยย. ขึ้นท้ายกระบะขับไปบ้านพ่อที่บ้านหนองตากู ต.ขนงพระ ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 30 กม. เอาสร้อยคอทองคำทั้งหมดใส่ถุงพลาสติกซ่อนไว้ในอ่างบัวหน้าบ้าน จนกลางดึกก็เอาเสื้อผ้าชุดไรเดอร์ฟู้ดแพนด้าเผาทำลาย

โดย ส.ต.ท.อนุชา บุญอารักษ์ ผู้ต้องหารับสารภาพและให้รายละเอียดว่าได้กู้เงินที่สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจที่ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 7 แสนบาท เพื่อมาแต่งงาน แต่ก็ไม่ได้แต่ง รวมที่กู้เงินของเก่าอีกรวมทั้งหมด 1.4 ล้านบาท เดิมเคยติดการพนันแต่ภายหลังเลิกหมดแล้ว รวมทั้งหาเงินรักษาพ่อป่วย

ต่อมาได้สอบสวนเพิ่มเติมจนยอมรับสารภาพ และขอโทษถึงเหตุการณ์ที่ก่อขึ้น รวมทั้งร้องไห้ จนกลางดึกได้นำตัวไปชี้จุดซ่อนทอง เผาเสื้อผ้า ไปทำแผนในที่เกิดเหตุกลางดึกภายในห้างฯ เหตุที่ไม่ได้ทำแผนช่วงกลางวันเกรงคนจะเยอะ และสื่อมวลชนให้ความสนใจ ด้วยเกรงเรื่องโควิด ส่วนขวดที่ทำให้เกิดควันประกอบไปด้วยน้ำตาลทราย คลอรีน และน้ำมันเบรก เมื่อใส่รวมกันจะเกิดควันสีขาว ถ้าใส่น้ำมันเครื่องจะมีควันสีดำเพื่ออำพราง

อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีจุดสังเกตที่เป็นหลักฐานนำไปสู่การจับกุมได้ เนื่องจากเพื่อนตำรวจจำได้จากอาวุธปืน เสื้อเกราะ เสื้อผ้า นาฬิกา ไม่เป็นตำรวจก็ทหาร เอารูปให้สายตรวจไปแห่รอบเมืองประกอบกับตำรวจรายนี้ได้ลาหยุดไป 2 วัน ในการก่อเหตุไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิตทั้งพนักงานและเจ้าของร้าน ยิงเพื่อให้เจ้าของร้านหยุดการขัดขวางด้วยการที่ไปล็อกคอเท่านั้น พร้อมรับสภาพการถูกดำเนินคดี และได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ที่มา amarintv

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ