สาวอ้าง ถูกหัวหน้าขืนใจยับ 4 ครั้ง​ ส่อคดีพลิก วงจรปิดชัด ขี่รถยิ้มแย้มเข้ารีสอร์ต (คลิป)

สาวอ้าง ถูกหัวหน้าขืนใจยับ 4 ครั้ง​ ส่อคดีพลิก วงจรปิดชัด ขี่รถยิ้มแย้มเข้ารีสอร์ต (คลิป)

จากกรณีที่ น.ส.บี (นามสมมติ) เข้าแจ้งความระบุว่า นายเอก (นามสมมติ) หัวหน้างานในห้างขายอุปกรณ์ก่อสร้างมีชื่อแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หมูม่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อเหตุกระทำอนาจารและข่มขืนรวมจำนวน 4 ครั้ง แลกกับการผ่านงาน พร้อมข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร

ล่าสุด นายเอก เปิดเผยว่า ตนเริ่มรู้จักกับ น.ส.บีเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นคนฝากงานให้พร้อมกับแฟนที่เป็นสาวหล่อ โดยช่วงที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันนั้น มีอยู่วันหนึ่ง น.ส.บีเข้ามาบีบนวดไหล่ให้กับตน แล้วเอาหน้าอกมาชิด ตนจึงลองโน้มตัวไปด้านหลัง แล้วเอามือไปจับก้น น.ส.บี ปรากฏว่าน.ส.บีไม่มีปฏิกิริยาอะไร จึงคิดว่า น.ส.บีน่าจะมีใจให้กับตน จากนั้นก็เริ่มมีการพูดคุยกับในเชิงชู้สาวคล้ายเป็นกิ๊กกัน พูดจาถูกคอกันดี เกือบ 2 เดือน ทุกวันเมื่อมาทำงาน น.ส.บี จะเดินเข้ามาจับอวัยวะเพศตนและจู๋จี๋กันเป็นประจำ แต่ทำในที่ลับตาคน ซึ่งไม่ได้บังคับแต่อย่างใด อีกทั้งตนไม่เคยทำก่อน เนื่องจากเป็นหัวหน้างานแผนกและในที่ทำงานก็มีกล้องวงจรปิด จะทำพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้

ภายหลังจากความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป เมื่อวันที่ 24 เม.ย. จึงตกลงชักชวนขึ้นรถออกไปที่สวนสาธารณะ โดยไม่ได้มีการบังคับใจหรือหลอกล่ออะไรทั้งสิ้น ครั้งนี้มีการใช้มือลูบไล้จับอวัยวะเพศโดย น.ส.บีเป็นผู้จับอวัยวะเพศด้วยตนเอง จนกระทั่งสำเร็จความใครทั้งคู่ ต่อมาครั้งที่ 2 ในวันที่ 26 เม.ย. มีการตกลงชักชวนกันไปที่สวนสาธารณะอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้เริ่มมีเพศสัมพันธ์กันกระทั่งสำเร็จความใคร จากนั้น น.ส.บี ก็ให้พากันไปซื้อยาคุมฉุกเฉิน

จากนั้นวันที่ 24 พ.ค. ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่ตนและน.ส.บีชักชวนกันออกไป โดยรู้กันว่าถ้าหากเดินออกไปพร้อมกันจะไม่เหมาะสม จึงให้ น.ส.บีเดินออกไปรอตนที่รถยนต์ส่วนตัว ส่วนตนนั้นเดินตามออกมาภายหลัง ซึ่งภาพดังกล่าวนี้มีปรากฏในภาพวงจรปิด ว่าออกมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จากนั้นจึงขับรถออกไปจากสถานที่ทำงาน ก่อนไปที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากสถานที่ทำงานไปประมาณ 700 เมตรเท่านั้น จากนั้นก็ไปเปิดห้องร่วมหลับนอนกันตามปกติ

ต่อมาครั้งที่ 4 เป็นวันกินเลี้ยงของทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยได้นัดหมายกันที่บริเวณหน้ารีสอร์ตเพื่อเข้าไปเปิดห้องด้วยกัน โดยวันนั้นตนไปรอที่หน้ารีสอร์ต แล้วให้ น.ส.บี ขี่รถออกมารับเพื่อเข้าไปเปิดห้องที่รีสอร์ตดังกล่าว ซึ่ง น.ส.บียังมีท่าทางยิ้มแย้มปกติดี โดยไม่ได้มีการข่มขู่ หรือใช้กำลังบังคับ

จากนั้นในรุ่งขึ้นวันที่ 14 มิ.ย. แฟน น.ส.บีที่เป็นสาวหล่อ เดินเข้ามาบอกว่าน.ส.บี ท้องกับตน ถามว่าจะรับผิดชอบไหม แล้วบอกว่าให้เงินมา 100,000 บาท เรื่องจะได้จบ กระทั่งภรรยาตนทราบเรื่องก็พา น.ส.บีไปตรวจว่ามีการตั้งครรภ์จริงหรือไม่ แต่ปรากฏว่าไม่พบว่ามีการตั้งครรภ์ เจอแต่ช็อกโกแลตซีสต์เท่านั้น ตนจึงคิดว่าทั้งหมดต้องการเรียกร้องเงิน สมรู้ร่วมคิดทำเป็นขบวนการ

ด้าน น.ส.บี เปิดเผยว่า นายเอกเริ่มบังคับให้ตนไปบีบนวดไหล่ให้ ด้วยความเป็นหัวหน้า ตนจึงไปบีบนวดให้ตามปกติ หลังจากนั้นก็พยายามอยากให้ตนไปบีบนวดอีก แต่ตนไม่ยอม เพราะกลัวแฟนเห็นแล้วไม่พอใจ จึงพยายามไม่ยุ่ง และไม่มีการพูดคุยสานสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด กระทั่งต่อมาเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. หัวหน้างานบอกให้ตนไปคุยเรื่องการทำยอดขาย เนื่องจากยอดขายของตนอาจจะทำให้ไม่ผ่านทดลองงาน โดยเรียกให้เข้าไปคุยที่รถเก๋งส่วนตัว เมื่อขึ้นรถไปเขาก็ล็อกประตูแล้วขับออกไป ตนคิดว่าน่าจะพาไปคุยธุระหรือไปบ้านลูกค้า แต่สุดท้ายถูกลวงไปที่สวนสาธารณะ แล้วดึงแขนตนเข้ามากอด หอม จูบ กระทำอนาจารต่าง ๆ พร้อมกับดึงมือของตนไปจับอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ โดยใช้กำลังบีบบังคับ ซึ่งตนไม่มีแรงสู้ โดยสั่งห้ามไม่ให้บอกใคร ไม่เช่นนั้นจะประจานและบอกเรื่องกับแฟนตน

ต่อมาครั้งที่ 2 หัวหน้างานหลอกให้ตนไปเอาเอกสารที่รถ โดยอ้างว่าไม่ได้ไปเพียงลำพัง แต่เมื่อไปถึงรถปรากฏว่าถูกฉุดขึ้นรถแล้วขับรถพาตนไปที่เดิมอีกครั้ง พร้อมกับใช้กำลังบังคับตนให้อมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ แล้วข่มขู่ตนไม่ให้นำเรื่องนี้ไปบอกใคร แม้พยายามขัดขืนแต่ไม่มีทางสู้

จากนั้นครั้งที่ 3 หัวหน้างานเรียกตนไปคุย ตนพูดคุยเรื่องการเซ็นใบผ่านทดลองงานแล้วให้ไปเอาเอกสารบนรถ โดยโยนกุญแจรถให้ ตนจึงเดินไปเปิดรถยนต์เพื่อเอาเอกสาร แต่หัวหน้างานก็เดินตามมาแล้วดึงแขนตนเข้ามาในรถ ก่อนปิดล็อกประตูรถ แล้วขับรถไปที่สวนสาธารณะเดิม ซึ่งครั้งนี้ได้ใช้กำลังบังคับข่มขืนตนจนสำเร็จความใคร่ พร้อมข่มขู่จะนำคลิปที่บันทึกไว้ไปประจาน ตนรู้สึกกลัว จึงไม่กล้านำเรื่องนี้ไปบอกใคร

ต่อมาครั้งที่ 4 ตนได้ลางานไป 3 วัน หัวหน้างานโทรศัพท์มาข่มขู่ตนว่าจะไม่บันทึกวันลาให้ และจะพ้นสถานภาพพนักงานทันที จึงบอกให้ตนเข้ามาคุยในช่วงดึก หลังจากหัวหน้างานไปงานเลี้ยงมา โดยนัดเจอที่หน้ารีสอร์ตจริง ซึ่งหัวหน้างานให้เพื่อนที่กินเลี้ยงด้วยกันมาส่ง ก่อนตนจะขับรถจักรยานยนต์ออกมารับ แล้วเขาก็เอาปืนจี้ขู่ให้เข้าไปในรีสอร์ต บังคับให้แสดงอาการปกติอย่ามีพิรุธ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าหรือสั่งคนมาฆ่า ด้วยความกลัวตนจึงทำตามคำสั่ง เมื่อไปถึงเขาก็ข่มขืนตนทันที

จนกระทั่งแฟนจับได้ ตนก็เปิดใจบอกแฟนและแม่ เพื่อจะดำเนินการทางคดีให้ถึงที่สุด โดยเข้าแจ้งความดำเนินคดีพร้อมเรียกค่าเสียหาย 300,000 บาทจริง ซึ่งสาเหตุที่เรียกเงินเยอะ เพราะคาดว่าคงไม่มีเงินจ่าย และหวังอยากดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดไม่ได้วางแผนแบล็กเมล์ แก้แค้น หรือประสงค์อื่นจากฝ่ายชายแต่อย่างใด ไม่คิดหวังเอาเงิน เพราะครอบครัวตนก็มีเงินใช้ อีกทั้งฝ่ายชายเป็นหนี้เยอะ ถ้าหากต้องการเงินจริง คงรับเงินบางส่วนไปแล้ว

นอกจากนี้ นางฝน (นามสมมติ) พนักงานรีสอร์ต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทั้งคู่เข้ามาเปิดห้องในช่วงกลางดึก และตนเป็นคนเปิดห้องให้ด้วยตนเอง โดยขณะที่ทั้งคู่เข้ามาในรีสอร์ตนั้น ผู้หญิงเป็นคนขี่รถ จักรยานยนต์เข้ามา โดยมีผู้ชายซ้อนท้ายมาด้วย และสังเกตได้ว่าผู้ชายมีอาการเมา ส่วนผู้หญิงมีสติดี และผู้หญิงเป็นคนเอ่ยปากบอกว่าขอเปิดห้อง ซึ่งทั้งคู่ดูยิ้มแย้ม พูดคุยปกติ ดูมีความสุขกันดี ไม่มีท่าทีพิรุธหรือการขอความช่วยเหลือแต่อย่างใด และจากการสังเกต ตนไม่พบว่าฝ่ายชายมีปืนหรืออาวุธใดทั้งสิ้น

คลิปข่าว

ขอบคุณ amarintv

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ