เที่ยวด้วยกันไม่ปัง ปรับงบเหลือ 1.5 หมื่นล้าน
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าช่วงวันหยุดยาววันที่ 10-13 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศประมาณ 3.11 ล้านคน-ครั้ง ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากช่วงวันหยุดพิเศษเดือนที่ผ่านมา ใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนมากกว่า 12,600 ล้านบาท
โดยมีโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง ที่มาช่วยกระตุ้น ให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งจากการสำรวจอัตราการเข้าพักพบว่ามีเฉลี่ย 40 โดยบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย ยังคงมีต่อเนื่อง เนื่องจากเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวในหลายพื้นที่
แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เมืองหลัก คือ ชลบุรี กรุงเทพมหานคร กาญจนบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เหมือนวันหยุดที่ผ่านมา
อุทยานแห่งชาติเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอันดับต้นๆ ที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว วันหยุดพิเศษเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา คนไทยเข้าชมอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานแห่งชาติ กว่า 4 แสนคน อุทยานแห่งชาติที่คนไทยนิยมไปมากที่สุด เช่น เขาใหญ่ มีคนไปถึง 43,543 คน รองลงมาคือ ดอยอินทนนท์ ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และภูชี้ฟ้า
ส่วนปัจจัยลบ เช่น การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของเชื้อโควิด-19 จากชายแดนภาคเหนือ ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวจ.เชียงราย และเชียงใหม่ ได้รับผลกระทบ เริ่มทยอยยกเลิกห้องพัก ยกเลิกการจัดงานสัมมนา นอกจากนี้น้ำท่วมในภาคใต้ ทั้ง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี กระบี่ ตรัง พัทลุง และสงขลา ทำให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของภาคใต้ลดลง
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาตัดงบประมาณโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เหลือ 15,000 ล้านบาท จากเดิม 20,000 ล้านบาท ในขณะที่ปรับเพิ่มจำนวนห้องพักอีก 1 ล้านคืน ค่าเครื่องบินเพิ่มเป็น 3,000 บาท/ที่นั่ง ใน 7 จังหวัดเมืองท่องเที่ยวหลัก คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ สงขลา เชียงใหม่ เชียงราย จากเดิม 2,000 บาท/ที่นั่ง
ที่ประชุมมองว่าที่ผ่านมาให้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพิ่มสิทธิห้องพักจำนวนมาก เมื่อมีเฉพาะกลุ่มที่สามารถเข้าถึงสิทธิ จึงพิจารณาตัดงบประมาณออกไป 5,000 ล้านบาท คาดว่าเพียงพอกับกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว ส่วนโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋าไม่ได้นำเข้ามา พิจารณาใน ครม.แม้จะผ่านการพิจารณา ใน ศบศ.ไปแล้วก็ตาม





