เจ๊ปากแดง โต้ปล่อยกู้โหด แฉกลับลูกหนี้แสบ ตีหน้าเศร้าให้ข่าว

เจ๊ปากแดง โต้ปล่อยกู้โหด แฉกลับลูกหนี้แสบ ตีหน้าเศร้าให้ข่าว

จากกรณีนายสกุล ศรีรักษา อายุ 49 ปี ส.อบต.บ้านคำนกกกหมู่ 1 ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ถูกนายทุนเงินกู้นอกระบบ ฉายา "เจ๊ปากแดง" จ.บึงกาฬ สั่งให้สามีชื่อ "ดำคลองตัน" พาลูกน้องรวมทั้งหมด 5 คนยกไปรุมกระทืบ ก่อนชักอาวุธปืนพกสั้นจากเอวตบที่ใบหน้าด้านซ้าย จนมีแผลฉีกขาดเย็บ 3 เข็ม

กระทั่งเมื่อค่ำวันที่ 11 ธ.ค. 63 พล.ต.ต.ธนชาติ มอบหมายให้ พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิตธิโชติ ผกก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ เข้าจู่โจมจับกุมตัว นางมาลี วรสวัสดิ์ ฉายา "เจ๊ปากแดง" อายุ 40 ปี ชาว จ.บึงกาฬ พร้อมกับสามีคือนายสุวพรรดิ์ ดำคลองตัน อายุ 46 ปี ชาว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และลูกน้องอีก 1 คน รวม 3 คน ขณะนั่งพักผ่อนอยู่ในบ้าน

ล่าสุด มีเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างอดีตปลัดอาวุโส โทรหาเจ๊ปากแดงเพื่อนัดเจรจาลูกหนี้ที่ชื่อนางน้อย (นามสมมติ) แต่ทางเจ๊ปากแดงยืนยันไม่เจรจา เพราะได้ทำสัญญาเงินกู้ไว้ และจะดำเนินการฟ้องลูกหนี้ ด้านปลัดก็ได้แจ้งว่าหากไม่มาเจรจา ถ้าลูกน้องมาเก็บเงินรายวันในพื้นที่บ้านแพง ก็จะถูกดำเนินคดี พร้อมจะกับเป็นผู้กล่าวหาเอง จึงอยากให้ทางด้านเจ๊ปากแดงได้เข้าสู่กระบวนการเจรจา เพราะว่าเท่าที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการปล่อยหนี้ดอกลอยเกินกว่ากฎหมายกำหนดเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเจ๊ปากแดงได้บอกปลัดว่าไม่ได้มีลูกหนี้อยู่ที่อำเภอบ้านแพงแล้ว แต่ยังมีลูกหนี้ที่อื่น และไม่ได้เป็นผู้ปล่อยเงินกู้ แต่ปล่อยทองเพียงอย่างเดียว

โดยทางปลัดสอบถามว่าหนี้ 60,000 บาท เก็บวันละ 1,200 บาท ใช่ของเจ๊หรือไม่ หากทางเจ๊ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้ก็จะได้ลงบันทึกว่าเจ้าหนี้ไม่ประสงค์เก็บแล้ว ถ้าไม่มีลูกหนี้ในพื้นที่บ้านแพง ตนก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการอะไรได้ เพราะเกินกว่าอำนาจ แต่ถ้าหากว่ามาเก็บเงินลูกหนี้ในพื้นที่อำเภอบ้านแพง ก็จำเป็นจะต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุม เจ๊ปากแดง แจ้งว่า เคยตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าจะเก็บวันละ 500 บาท และเก็บแค่หมด ไม่ได้เก็บเป็นดอกลอยวันละ 1,200 บาทตามที่ลูกหนี้กล่าวอ้าง ยืนยันว่ามีพยาน

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 63 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นายสกุล ผู้บาดเจ็บ ลูกหนี้ของเจ๊ปากแดง มาชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน หลังชี้ตัวเสร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม

พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม มอบหมายให้ พ.ต.อ.จตุรงค์ มหิตธิโชติ ผกก.สืบสวนภ.จว.นครพนม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดบึงกาฬ เข้าจู่โจมจับกุมตัวนางมาลี โดยนายสุวพรรดิ์ สามีเจ๊ปากแดง อ้างว่าตนและภรรยาไม่ได้เป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ เหตุที่รุมทำร้ายนายสกุล เพราะยืมเงินตนไปเล่นไฮโลแล้วไม่จ่ายคืน

พนักงานสอบสวน นำตัวนางมาลี และนายสุวพรรดิ์ ออกมาจากห้องสืบสวนโดยไม่มีการสวมใส่กุญแจมือ เพื่อลงลายมือชื่อรับทราบข้อกล่าวหา และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนส่งฟ้องศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ, ร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด, ร่วมกันทวงหนี้โดยการข่มขู่ใช้ความรุนแรง, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันจำเป็นเร่งด่วน พร้อมคัดค้านการประกันตัว

เจ๊ปากแดงกับสามีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา มีเพียงลูกน้องคือนายอารยะ ที่รับสารภาพว่าเป็นคนที่ทำร้ายนายสกุลจริง แต่ไม่มีการรุมกระทืบ ไม่มีการเก็บดอกเบี้ยเกิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวขึ้นรถยนต์เพื่อนำไปฝากขังผัดแรก

ผู้สื่อข่าวถามเจ๊ปากแดงว่าปล่อยเงินกู้จริงหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า ตนเองมีอาชีพค้าขาย ไม่ใช่เจ้าแม่เงินกู้ ส่วนสามีที่ไปมีเรื่องทะเลาะกับนายสกุล เพราะมีการหยิบยืมเงินในบ่อนไฮโลแล้วไม่ใช้หนี้ โดยปฏิเสธว่านายสุวพรรดิ์ไม่มีส่วนร่วมในการรุมกระทืบครั้งนี้และตนเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

ล่าสุดศาลจังหวัดนครพนมพิจารณาแล้วอนุญาตให้ผู้ต้องหาประกันตัวชั่วคราว วงเงินคนละ 50,000 บาท ซึ่งจำเลยทั้ง 3 คนใช้เงินสดประกันตัว เดินทางกลับทันที

นายสกุล ศรีรักษา อายุ 49 ปี ส.อบต.บ้านคำนกกก ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า วันนี้ตนเดินทางมาที่ สภ.บ้านแพง จ.นครพนม อีกครั้ง เพื่อมาชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ตนเองได้ชี้ตัวเฉพาะผู้ต้องหาที่เป็นลูกน้องของเจ๊ปากแดง 1 คน ส่วนเจ๊ปากแดงและสามี ตนเองไม่ได้ชี้ตัวเขา เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าตนกับเจ๊ปากแดงรู้จักกันอยู่แล้ว

จากนั้นตนก็ได้นั่งอยู่กับเจ๊ปากแดงในห้องสอบสวน ตอนที่ตนเองเจอหน้าเจ๊ปากแดง บอกว่า "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเจ๊ ครั้งนี้ไม่เห็นใส่สร้อยทองเลย ปากก็ไม่ทาสีแดงเหมือนแต่ก่อนเลย" ซึ่งเจ๊ปากแดงเขาก็พูดคุยกับตนต่อหน้าตำรวจว่า "เขารู้จักกับตนตอนเล่นไฮโลด้วยกัน" จากการให้ปากคำของเจ๊ปากแดง ตนก็ไม่รู้ข้อมูลว่าเขาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาอะไรบ้าง

สำหรับวันที่ตนโดนทำร้าย วันที่ 8 ธ.ค. ตนคาดว่าเหตุการณ์วันนั้นนอกจากสามีและลูกน้องเจ๊ปากแดง 5 คน เจ๊ปากแดงก็อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย และก็มีพยานเห็นเจ๊ปากแดงในที่เกิดเหตุ ส่วนตัวแล้วตนก็ไม่มั่นใจว่าเจ๊ปากแดงพร้อมสามีและลูกน้องเขามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เพราะเมื่อวานนี้ตนก็ได้ข้อมูลมาว่าเจ๊ปากแดงเขาถูกจับกุม ไม่ได้มามอบตัวเอง ซึ่งเจ๊ปากแดงได้รับการประกันตัว ตนก็กลัวว่าเขาจะกลับมาก่อเหตุทวงหนี้โหดกับคนอื่น ๆ อีก

พลตำรวจตรีสมศักดิ์ คงไพบูลย์ ผบก.จว.บึงกาฬ กล่าวว่า เจ๊ปากแดงมีออฟฟิศอยู่ในเขตอำเภอศรีวิไล จ.บึงกาฬ ทางจังหวัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดบึงกาฬได้ร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครพนม ชุดสืบสวนสภ.ศรีวิไล ได้เข้าตรวจค้นบ้าน เจอสามีของเจ็ปากแดง และพบเพียงปืน BB gun จำนวน 2 กระบอก ส่วนยาเสพติดและอื่น ๆ ไม่พบ

ด้านนายต้น (นามสมมติ) ลูกหนี้ของเจ๊ปากแดง เปิดใจว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตนเองได้ทำเรื่องกู้เงินกับเจ๊ปากแดง 30,000 บาท มาเป็นทุนการศึกษาให้ลูกเรียนหนังสือ มีการเซ็นสัญญาเงินกู้ ตนก็ได้เตรียมหลักฐานการกู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะเป็นสำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หลังทำสัญญาเสร็จ เจ๊ปากแดงก็เก็บสัญญาเงินกู้ไว้กับเขาแค่ฝ่ายเดียว

ในการกู้เงินของตน จะจ่ายดอกเบี้ยวันละ 600 บาท เฉพาะดอกเบี้ยตนจ่ายเจ๊ปากแดงไปแล้วประมาณ 150,000 บาท โดยไม่รวมเงินต้น 30,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยทุกวัน ไม่เคยขาดส่ง มีเฉพาะช่วงแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ตนจะขาดส่งวันเว้นวันบ้าง สำหรับดอกเบี้ยวันละ 600 บาทโหดเกินไป ส่วนที่เจ๊ปากแดงบอกว่าเขาไม่ได้ทำอาชีพปล่อยเงินกู้นั้น ตนยืนยันว่าเจ๊ปากแดงพูดโกหก

ขนาดตนเองส่งดอกเบี้ยให้เจ๊ปากแดงเกือบทุกวัน ตนก็ยังเคยโดนเจ๊ปากแดงข่มขู่ เช่น "มึงรีบหาตังค์มาจ่ายกูนะ เดี๋ยวมึงโดน" แต่ก็ไม่เคยถูกเจ๊ปากแดงมาทำร้าย ล่าสุด เจ๊ปากแดงถูกดำเนินคดีแล้วตนก็รู้สึกดีใจ แต่ขบวนการเงินกู้โหดนี้ก็ยังไม่หมดไป เพราะเจ๊ปากแดงมีน้องชายที่ทำธุรกิจเงินกู้อยู่ และเอกสารเงินกู้ของลูกหนี้ที่ตำรวจไปค้นในบ้านเจ๊ปากแดงไม่เจอ ตนก็คาดว่าเขาน่าจะหอบไปไว้ที่บ้านน้องชายเจ๊ปากแดงแล้ว

สำหรับเจ๊ปากแดงและน้องชาย เขาปล่อยเงินกู้ได้ประมาณ 2 ปี มีลูกหนี้กว่า 200 คน ถ้าเป็นไปได้ตนก็ไม่อยากให้เจ๊ปากแดงได้รับการประกันตัว เพราะถ้าเขาออกมา ตนและลูกหนี้รายอื่น ๆ คงไม่ปลอดภัย

สำหรับลูกหนี้ของเจ๊ปากแดง ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหลังจากนี้จะไม่ขอจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นใช้หนี้อีกแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมามีการจ่ายดอกเบี้ยไปจำนวนมากแล้ว

ขอบคุณ amarintv

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ