เตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.น้ำบาดาล คุ้มครองพื้นที่ กันคนลักลอบขุดน้ำ

เตรียมประกาศใช้ พ.ร.บ.น้ำบาดาล คุ้มครองพื้นที่ กันคนลักลอบขุดน้ำ

วันที่ 15 ก.พ.64 จากกรณีที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงข่าวการค้นพบแหล่งน้ำบาดาลใหม่ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

นายศักดิ์ดา กล่าวว่า แหล่งน้ำบาดาลที่ห้วยกระเจา ซึ่งมีรสชาติคล้ายโซดา นับเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ปัจจุบันน้ำมีราคาแพงกว่าน้ำมัน แม้อยู่ใน กทม. แต่บางครั้งก็ต้องใช้น้ำประปาที่มีรสเค็ม น้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพ และพบว่าทวีความรุนแรงในปัญหาภัยแล้ง

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าทางกรมฯ เตรียมประกาศเขตอนุรักษ์บาดาล โดยใช้กฎหมาย พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 คุ้มครองพื้นที่รอบๆ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และแก้ปัญหาการลักลอบขุดเจาะน้ำบาดาลด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่าราคาที่ดินบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงเริ่มราคาพุ่งสูงขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำ ที่สำคัญการขุดเจาะน้ำบาดาลครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หลังจากมีความพยายามที่จะผันน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ ระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร

อธิบดีกรมฯ น้ำบาดาล ระบุต่อว่า ส่วนข้อพิพาทเรื่องที่ดินนั้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวคาบเกี่ยวระหว่าง 2 อำเภอ คือ อ.ห้วยกระเจา และ อ.บ่อพลอย ขณะที่เราไปสำรวจมีเจ้าหน้าที่ อ.ห้วยกระเจา พาไป เมื่อค้นพบบาดาลน้ำพุทาง อ.บ่อพลอย แจ้งว่าอยู่ในพื้นที่ อ.บ่อพลอย ซึ่งกรมฯ น้ำบาดาล มีวัตถุประสงค์ที่จะขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อยู่แล้ว คาดว่าในระดับจังหวัด และอำเภอ น่าจะหารือกันเองได้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากน้ำบาดาลอย่างทั่วถึง

โดยกรมฯ น้ำบาดาล กำลังเร่งขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มอีก 3 บ่อ ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว คาดว่า 14 วันจะแล้วเสร็จ หากขุดเจาะบ่อบาดาลตามแผนจำนวน 6 บ่อ จะได้ปริมาณน้ำที่ใช้ประโยชน์ได้ 1 ล้านลบ.ม./ชม. สามารถช่วยประชาชน ต.ห้วยกระเจา 9 หมู่บ้าน ประชากร 5,000 คน พื้นที่เกษตร 5,000 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลอีกด้วย อธิบดีกรมฯ น้ำบาดาล

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ