คู่รัก เก็บกระเป๋าเงินได้ แต่ไม่ส่งคืน

คู่รัก เก็บกระเป๋าเงินได้ แต่ไม่ส่งคืน

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก จว.เชียงใหม่ นำโดย ร.ต.อ.จักรพันธ์ ดวงพิชัย รอง สว.(ป.)ฯ, ด.ต.ไพรัตน์ ติสิลานนท์, ด.ต.กอบเกียรติ ทารักษ์, ส.ต.ท.อรรถพันธ์ จันแปงเงิน , ส.ต.ท.เจตนา หล้าหนัก และ ส.ต.ท.กุลบุรุษ เวียงด้าน ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายไก(นามสมมุติ)และน.ส.พร(นามสมมุติ) อายุ 37 ปี กล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป

โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 10.30 น. ได้รับแจ้งจาก ว่า ผู้แจ้งได้ไปที่ร้านถ่ายภาพแห่งหนึ่งย่าน ถ.ช้างเผือก ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และได้นำกระเป๋าเงินสีน้ำเงิน ซึ่งในกระเป๋าเงินและทรัพย์สินหลายรายการ

ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. ผู้แจ้งเดินออกมาจากร้านดังกล่าว จากนั้น เวลาประมาณ 12.00 น. ผู้แจ้งจึงทราบว่ากระเป๋าตังดังกล่าวได้หายไป จึงได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พบว่าผู้แจ้งได้ทำกระเป๋าตกบริเวณหน้าร้านดังกล่าว แล้วได้มีชายกับหญิงขับขี่รถจักรยานยนต์มาเก็บกระเป๋าเงินของผู้แจ้งไป ทำให้ได้รับความเสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกต่อพนักงานสอบสวน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ออกตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณสถานที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดภายในสถานที่เกิดเหตุ พบว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลาประมาณ 10.50 น. ผู้แจ้งได้ขับรถยนต์กระบะ มาจอดที่บริเวณหน้าร้านดังกล่าว และ ได้ขับรถยนต์กระบะออกจากร้านไป เมื่อเวลาประมาณ 10.57 น. ขณะขึ้นรถ ผู้แจ้งได้ทำกระเป๋าเงินสีน้ำเงิน ตกหล่นไว้ที่บนถนน บริเวณหน้าร้าน ต่อมา เวลาประมาณ 10.58 น. ได้มีรถจักยานยนต์ สีฟ้า ไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ซึ่งมีชายไม่ทราบชื่อใส่เสื้อแขนสั้นสีเหลืองเป็นผู้ขับขี่ และหญิงไม่ทราบชื่อใส่ชุดคลุมท้องแขนสั้นสีเทาเป็นคนซ้อน มาจอดบริเวณที่กระเป๋าของผู้แจ้งตกอยู่ และหญิงคนซ้อนได้ก้มไปหยิบประเป๋าดังกล่าวและขับขี่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียง เพื่อดูเส้นทางการหลบหนีของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ได้ไปจอดอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านลักษณะคล้ายกับเป็นร้านอาหาร ไม่ทราบชื่อ ภายใน ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เป็นเวลานาน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านอาหารดังกล่าว ตามสถานที่ ที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว พบชายไม่ทราบชื่อ นามสกุล ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ลักษณะรูปพรรณตรงกับ ชายที่ขับขี่รถจักยานยนต์ ตามภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปสอบถามทราบชื่อคือ นายไก(นามสมมุติ) และได้นำภาพถ่ายที่ได้จากกล้องวงจรปิด มาแสดงให้นายไก(นามสมมุติ) ดู ก็ยอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ว่า ชายที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือตนเองจริงสักพักได้มีหญิงไม่ทราบชื่อ นามสกุล ลักษณะรูปพรรณ ตรงกับ หญิงที่ซ้อนท้ายรถจักยานยนต์ ตามภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด สอบถามทราบชื่อคือ น.ส.พร(นามสมมุติ) และเมื่อนำภาพถ่ายที่ได้จากกล้องวงจรปิด มาแสดงให้ น.ส.พร(นามสมมุติ) ดู ก็ได้ยอมรับต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าหญิงที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือตนเองจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สอบถามถึงกระเป๋าเงินสีน้ำเงิน ตามของกลางลำดับที่ 1 ที่ ทั้งสองคนได้เก็บมา

ทั้งสองคนได้นำพาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมไปดูบริเวณที่นำกระเป๋าดังกล่าวไปเก็บไว้ อยู่ในกล่องกระดาษ ขนาดใหญ่สีน้ำเงิน ที่อยู่ในบริเวณด้านข้างของบ้านหลังดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจค้นกระเป๋าใบดังกล่าวต่อหน้า นายไก(นามสมมุติ) และ น.ส.พร(นามสมมุติ) พบว่าภายในกระเป๋าดังกล่าวมี สมุดบัญชีธนาคารออมสิน ตามของกลางลำดับที่ 2 , ซองในอั่งเปาไม่มีเงินอยู่ภายใน ตามของกลางลำดับที่ 5 , และกระดาษ เอกสารอีกหลายใบ จากนั้น น.ส.พร(นามสมมุติ) ได้หยิบ กระเป๋าผ้าใบเล็ก ตามของกลางลำดับที่ 7 ซึ่งมี เอสดีการ์ด ตามของกลางลำดับที่ 3 และ แฟลชไดร์ฟ ตามของกลางลำดับที่ 4 อยู่ภายใน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้สอบถามถึง ทรัพย์อื่น ดังมีในรายการที่ผู้แจ้งได้มาแจ้งไว้ ทั้งสองคนให้การว่า เงินทั้งหมด สั้งสองได้นำออกไปจากกระเป๋าแล้ว ซึ่งทั้งสองคนให้การว่า เงินสดในกระเป๋ามีอยู่ 600 บาท , บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง ทั้งสองคนได้นำไปส่งไปรษณีย์ ไว้ที่ในตู้ไปรษณีย์ ข้างโรงเรียนแห่งหนึ่ง ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ทั้งสองคนไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด ส่วนรถจักรยานยนต์ ตามของกลางลำดับที่ 8 ที่ทั้งสองคนขับขี่ไป นายไก(นามสมมุติ) ได้จอดไว้ที่บริเวณข้างบ้านหลังดังกล่าว

ที่มา chiangmainews

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ